สยาม สแควร์ในวันนี้
เรื่องนี้จริง ๆ มันก็เปลี่ยนไปทุกยุคทุกสมัยนั้นแหล่ะ…สยาม แสควร์ของผมในอดีตเท่าที่จำความได้คือเดินกันมาตั้งแต่ยังไม่มี Center Point จำได้ว่าตอนที่สร้าง Center Point ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกว่าสยาม สแควร์กำลังโดนทำลาย หลังจากนั้นผ่านมาอีกหลายปีจนมีการรื้อ Center Point เพื่อสร้างตึก Digital Gateway จำได้ว่าคืนสุดท้ายก่อนทำการรื้อ Center Point มีคอนเสิร์ตโจอี้บอยและก้านคอคลับ ผมยังไม่กระโดดเย้วๆ อยู่เลย จนปัจจุบันนี้ตึก Digital Gateway สร้างเสร็จ (รึเปล่า) และเปิดทำการเรียบร้อย ใครเคยไปเดินที่ตึกนี้น่าจะพบกับความหดหู่ใจเล็กน้อยเพราะนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแม่งไม่สวยแล้ว ภายในอยากจะรู้จริง ๆ ว่าทั้งเจ้าของเงินและคนออกแบบคิดอะไรกันอยู่ Digital Gateway ไม่น่าเชื่อว่าภายในตึกมันจะจัดวางผังร้านค้าและทางเดินได้ห่วยจริง ๆ แถมถ้าใครขึ้นไปชั้นบนสุดตอนนี้ไม่มีบันไดเลื่อนหรือบันไดไม่เลื่อนให้เดินลงนะขอรับ ต้องใช้บันไดทางหนีไฟเดินลงมา (โอ้..พระพุทธเจ้า) ในความรู้สึกของผม Digital Gatewat มันคือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ควรจะเกิดมาไม่ว่ามันจะไปอยู่ที่แห่งหนตำบลใดของโลกครับ
ส่วนเรื่องจริง ๆ ที่ทำให้ต้องมาเขียนถึงสยาม สแควร์ก็คงเป็นเรื่องการขายของบนทางเท้าที่คนเดินสยามแบบผมก็สุดซึ้งกับระบบการขายของแบบนี้ เริ่มต้นของเรื่องนี้จริง ๆ ก็ไม่ค่อยหนักหนาเท่าไหร่หรอกพี่เพราะพ่อค้าแม่ขายที่มาตั้งแผงขายของก็มีกันอยู่ไม่กี่ราย แต่ตอนนี้นอกจากจะมีจำนวนแผงเยอะกว่าสมัยก่อนแบบหลายเท่าตัวแล้ว บางร้านยังมาตั้งกันตั้งแต่หัววันไม่ใช่มาตั้งกันตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ อีกต่อไป แล้วลองนึกสภาพทางเท้าตลอดแนวช่วงบันไดทางลงบีทีเอส (ซ. 3) ไปจนถึงหน้าโรงหนังลิโด้ดูครับ ไม่มีทางเดินเลยครับ คะเนด้วยสายตามีช่องให้เดินกว้างไม่เกิน 1 เมตรครับ คนแม่งเดินกันมหาศาลเบียดกันแล้วเบียดกันอีก สุดท้ายตอนนี้กลายเป็นว่าคนต้องลงไปเดินบนถนนเสียเอง ไม่งั้นระยะทางแค่ไม่กี่เมตรคุณอาจจะต้องใช้เวลาร่วม 15 นาทีในการเดินเบียด เท่านั้นยังไม่พอถ้าคุณเดินออกมาจากซ. 2 ตอนช่วงที่เร่ิมขายของกันแล้วคุณจะไม่สามารถเดินออกแบบปกติเพราะคนขายของแถวนั้นจะนำรั้วเหล็กมาวางปิดถนนแล้วนำเสื้อผ้าหรือแผงขายของมาตั้งบังไว้ ถามว่าแล้วจะออกทางไหน แม่งก็มีทางให้เดินเท่ารูหนูอยู่ด้านข้างแผงขายของ ๆ ใครสักคนใช้เป็นช่องเดินผ่านไปมา เจออย่างนี้ผมว่าเป็นใครก็เบื่อและพลาดไม่ชอบแผงขายของแถวนั้นไปด้วยไม่มากก็น้อย แถมถ้าลองเดินไปชนแผงขายของเข้ารับรองโดนต่อว่าอีก ทั้ง ๆ ที่แผงขายของตั้งอยู่บนทางเท้าทางสัญจรของผู้เดินถนน เค้าผิดกฏหมายแน่นอน คนเดินถนนที่จ่ายภาษีก็ต้องโดนด่ากันไป เพราะพวกเขาก็อ้างว่าเขาก็จ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกัน ฉะนั้นพวกเขาก็มีสิทธิ์เปิดขายของได้
ผมเชื่อว่าคนค้าขายที่เปิดร้านอยู่ในสยาม สแควร์ทั้งหมดได้รับผลกระทบแน่ ๆ ครับ ส่วนจะมากหรือน้อยผมไม่มีข้อมูลหรอกครับ แต่เอาว่าถ้าร้านข้างทางตัดราคาขายถูกกว่าอีกสัก 50 บาทในของแบบเดียวกัน ร้านรวงในสยาม สแควร์ได้ร่วงกันแน่ ๆ ครับ ไม่รู้ว่าทางจุฬาฯ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและให้เช่าที่บริเวณนั้นจะมีมาตรการดูแลเรื่องนี้อย่างไร และที่สำคัญคือทางกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีคุณชายผู้ว่าฯ เป็นหัวเรือใหญ่มองไม่เห็นหรือกระไรว่าคนเดินถนนเขาเดือนร้อน ถ้าจะรับส่วยขายของก็ช่วยจัดระเบียบเรื่องสถานที่ขายให้ดี ๆ หน่อย เพราะผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เคยรักสยาม สแควร์ เริ่มเบื่อกับสยาม สแควร์ในตอนนี้ที่กำลังทรุดโทรมลงด้วยความมักง่ายของหลาย ๆ ฝ่ายครับ ถ้าทางกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนมีมติให้ขายของบนทางเท้าได้แบบนี้อีกไม่นานสยาม สแควร์ก็คงไม่เป็นสยาม สแควร์อีกต่อไปเอกลักษณ์ของสยาม สแควร์ค่อย ๆ หมดลงไปทุกที จากที่เคยเดินกันสบาย ๆ ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตลาดนัดที่มีคนเยอะ ๆ มารวมตัวกัน อย่าว่าแต่พวกฝรั่งเองเปรียบประเทศไทยเลยครับ แค่คนไทยเอาเปรียบกันเองแบบนี้ผมว่าช้ำใจยิ่งกว่าโดนฝรั่งมาเองเปรียบอีก
(เรื่องขายของบนทางเท้าจริง ๆ ก็มีให้เห็นทุกที่และทุกยุคทุกสมัยกันอยู่แล้ว เพียงแต่ผมรู้สึกว่ายุคคุณชายผู้ว่าฯ แม่งเยอะเกินไปแล้วครับ ไม่ว่าจะไปที่ไหนกลายเป็นว่าคนเดินสัญจรแทนที่จะได้เดินตามทางของตัวเอง กลับกลายเป็นว่าต้องไปเดินบนถนน ผมไม่เคยเห็นทางเท้าที่ไหนในกรุงเทพฯ สามารถเดินได้แบบสะดวก ๆ สักที่เลยครับ)
4 Responses to “สยาม สแควร์ในวันนี้”
Leave a Reply


ไม่ชอบการขายของบนทางเท้า (อย่างรุนแรง) มานานมากแล้ว มันควรจะอยู่ในที่ที่ควรจะอยู่มากกว่า กีดขวางคนเดินมากๆ ในส่วนของคนขาย..พอเข้าใจเรื่องความจำเป็นที่ไม่สามารถหาพื้นที่ขายสินค้าของตัวเอง (อย่างถูกต้อง) ได้สะดวกนัก แต่ถ้าไม่มีคนซื้อ คนขายก็ต้องหาหนทางต่อไป ปัจจัยหลักจึงอยู่ที่คนซื้อเสียมากกว่า ไม่เข้าใจคนซื้อเลยว่าคิดอะไรกันอยู่..
1.ร้านอยู่ในความไม่แน่นอน
หากสินค้ามีตำหนิ หรือไม่ถูกใจ ต้องการแลก/เปลี่ยนสินค้า ไม่่ว่ากรณีใดๆ มั่นใจได้ยังไงว่าพรุ่งนี้ (หรือวันต่อๆ ไป) เค้าจะมาขาย เห็นชัดมากในกรณีตามสะพานลอย มูลค่าสินค้าอาจเป็นศูนย์เลยได้ง่ายๆ
2.ร้านค้าส่วนใหญ่อยู่ในมุมมืดๆ
อาจมีแสงไฟสลัวๆ แค่นั้น ลำพังเดินในห้าง แสงสว่างๆ ยังสังเกตสินค้าเลียนแบบ ของมีตำหนิ ยากสุดๆ แล้วไปเลือกซื้อของในที่แสงน้อยๆ ความเป็นไปได้ที่จะได้สินค้าไม่ดียิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก
3.สุภาพสตรีนักช้อป
ถ้าลักษณะของการวางสินค้าแบบหาบเร่ ทำให้บางครั้งสาวๆ ต้องลงไปนั่งยองๆ ผลก็คือภาพที่น่ามองและไม่น่ามอง ^^” ไหนจะเรื่องโป๊..ไม่โป๊ ไหนจะเรื่องสัมภาระที่มักจะไม่ระมัดระวังตอนเลือกซื้อสินค้า (แล้วก็มาบ่นกันว่าหนูโดนล้วงกระเป๋า..ทำไมฟร่ะ ก็ในเมื่อเอ็งล่อซะแบบนั้น)
อ้าก… ยาวเลย เม้าท์เรื่องนี้ทีไร “จี๊ดดด” ทุกทีสิน่า
เคยเดินผ่านแน่นมาก น่ากลัวกระเป๋าที่สุด …แต่ก็อดมองไม่ได้ ชอบช็อปปป อิอิ
เออ ทำไมร้านข้างในเค้าไม่ฟ้องกทม. หรือคนอย่างกั้งอย่างหมอ ก็ควร่ทำจดหมายร้องเรียนเรื่องทางเท้่าบ้างไรบ้าง
ตอนนี้ผมคะเนด้วยสายตาแผงขายของยาวตั้งแต่หน้าธนาคารกรุงเทพ (ซ.5) ไปยันใต้โรงหนังลิโด้แล้วครับ ตลอดแนวไม่สามารถเดินเหินได้สะดวก แถมบางแผงมาตั้งกันตั้งแต่บ่าย ๆ เลยทีเดียว กลายเป็นว่าคนที่ชอบเดินชิล ๆ ตรงสยามสแควร์ตอนนี้หายหน้าหายตาไปกันหมดแล้วครับ
ส่วนที่ถามว่าร้านค้าในสยามไม่โวยรึไร ผมว่าก็คงมีนะแต่ยังเป็นส่วนน้อยและผมว่าทางจุฬาฯเค้าก็ยังไม่ได้เดือนร้อนอะไรครับ เพราะเขตทางเดินเท้าก็ไม่ใช่ของจุฬาฯ ส่วนทางกทม.เราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าอะไรยังไง
เฮ้อ….