GF1 และ iPad
สองอย่างนี้มันมาช่วงเดียวกันเลยครับ ใครจะไปหาเงินซื้อทันล่ะครับเพ่…
เอาเรื่องกล้องก่อนแล้วกัน จากคราวก่อนที่บอกว่าฝันถึง สรุปว่าที่บ่น ๆ ไปผมได้พานา GF1 มาแล้วครับ ซึ่งวันที่ซื้อก็ยังมีเรื่องขำ ๆ ปนฮาไว้เป็นอนุสรณ์อีกด้วย โดยเริ่มมาตอนเช้าก็เอาแน่แล้วว่าจะซื้อ GF1 นี่แหล่ะ แต่เห็นราคาเครื่องศูนย์แบบเต็ม ๆ แล้วทำใจซื้อไม่ได้ (38,000 บาท) แม้จะมีบางร้านที่ลดราคาเหลือ 35,000 บาทก็ยังคิดว่าแพงอยู่ดี สุดท้ายช่วงเช้าวันนั้นก็ได้แต่ตามดูราคาเครื่องหิ้ว โดยในเว็บเท่าที่เห็นก็ลงราคาไว้ราว ๆ 29,000 บาท แถมบางเว็บสามารถเลือกตัวบอดี้สีขาวได้ด้วย (บอดี้ขาวใส่เลนส์สีดำหล่อมาก) เอาเข้าจริงโทรไปร้านพวกนี้บอกว่า “ต้องสั่งจอง” (แล้วเมิงจะบอกในเว็บทำไมว่ามีของ …แสรด โดยไอ้การสั่งจองต้องเข้าไปที่ร้านเพื่อวางเงินจอง 20-30 % ของราคาเครื่อง เจอตอบมาแบบนี้ใครจะไปเชื่อใจฟร่ะ และบ้างร้านมีของแต่ราคาก็ใกล้ ๆ กับเครื่องศูนย์ (ราว ๆ 32,000 บาท) เจอราคาแบบนี้ใครจะซื้อ
หลังจากเซ็งกับเครื่องหิ้วไปแล้วก็เลยเปลี่ยนแผนมาดูเครื่อง “มือสอง” ก็ตามดูทุกเว็บ ซึ่งผมเชื่อว่าในจักรวาลประเทศไทยวันนั้นผมตามดูครบทุกเว็บที่ลงขายเจ้า GF1 ซึ่งพอสรุปได้คร่าว ๆ ว่าช่วงนี้ (มี.ค. 53) คนปล่อยน้อยครับ ส่วนใหญ่จะปล่อยกันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เท่าที่มีคนปล่อยออกมาก็จะปล่อยแต่ตัวบอดี้ ซึ่งผมอยากได้ทั้งเครื่องทั้งเลนส์ก็เลยมองข้าม ๆ ไป เพราะราคาบอดี้อยากเดียวมือสองก็ยังอยู่ในช่วง 21,000 – 22.000 บาท เรียกว่าแพงเหมือนกัน พอหาของไม่ได้อย่างใจก็มีแอบไปดูราคา EP-1 แต่ก็ไม่โดนอยู่ดี สุดท้ายคิดๆๆ หรือจะไปโดน Canon 550D ไปเลย ราคา GF1 เครื่องหิ้วซื้อ 550D + 18-55 เครื่องหิ้วได้พอดีเป๊ะ ๆ แต่ก็ไม่เอาอีกนั้นแหล่ะ เพราะใจไม่ขอบกล้องใหญ่
ก็เลยคิดหาวิธีใหม่เรื่อง GF1 ซึ่งก็เป็นที่มาของเรื่องขำ ๆ สำหรับผม คือมีคนปล่อยขายเฉพาะเลนส์ 14-45 mm ของศูนย์มีประกัน 2 ปีแยกมาชายอยู่เจ้านึงราคา 9,500 บาท ก็เลยรีบโทรไปถาม โดยผมตั้งใจว่าถ้าได้ราคาสัก 8,000 – 8,500 บาทก็คงดี คุยกันไปคุยกันมาจบที่ 8,500 บาทก็เลยกลายเป็นว่าวิ่งไปซื้อเลนส์ก่อนมีกล่องซะอีก …ตีงโป๊ะ พอได้ไปเจอคุณพี่คนขายก็ไม่แปลกใจที่ขายเจ้าเลนส์ตัวนี้แบบชิล ๆ เพราะคุณพี่แกซื้อ G1 มาแล้วในชุดเป็น 14-45 mm ตัวนี้ แต่ไม่คิดจะใช้เพราะอยากได้แค่บอดี้ G1 เพื่อเอาไปใส่กับสารพัดเลนส์มือหมุนของแกที่มีอยู่แล้ว แถมคุณพี่แกมีกล้องระดับเทพอย่าง Laica M9 และอีกสารพัด laica อีกหลายตัว ถามไถ่ว่าทำไมมีจุดแดงหลายตัวแกก็บอกว่าสมัยก่อนคนไทยยังไม่เห่อจุดแดงก็ปล่อยกันถูกก็เลยซื้อเก็บมาเรื่อย พอพวกฝรั่งเริ่มหาซื้อราคาเจ้าจุดแดงก็เลยพุ่งขึ้น ๆ ซึ่งก็เป็นจังหวะที่คนไทยเริ่มนิยมพอดี ซึ่งคุณพี่แกก็เพลา ๆ การซื้อลงไปบ้าง

ส่วนตัวบอดี้ GF1 บังเอิญว่าช่วงที่หา ๆ ราคาเครื่องหิ้วและมือสองได้เข้าไปในเว็บ avcamera.com เห็นมีเฉพาะบอดี้ของศูนย์ขายอยู่ด้วย 23,000 บาท และมีแบบชุดคิด GF1+ 20 mm (35,000 บาท) ซึ่งผมไม่อยากได้เลนส์ตัวนี้ก็เลยสอบถามไปว่ามีให้เทรดเลนส์กับ 14-45 mm มั้ยได้รับคำตอบมาว่าตัว 14-45 mm ของหมด ซึ่งสุดท้ายก็ต้องหอบหิ้วตัวเองพร้อมเลนส์ที่ซื้อมาก่อนจะซื้อตัวกล้องไปที่ avcamera บางรักโน่นแหน่ะ ไปถึงร้านก็ไม่ได้อะไรมากก็บอก ๆ ไปว่าจะมาซื้อเฉพาะตัวบอดี้ของ GF1 ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ออกมาจากร้านแล้ว
สรุปว่าผมได้ GF1 ของศูนย์ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกไม่ได้มองเล้ย….
———————————————–
ต่อกันที่เรื่อง iPad หลายคนบอกว่ามันคือ “Big iPod touch” ซึ่งผมว่ามันก็กึ่งนึงด้วยความที่เป็น iPhone OS เหมือน ๆ กัน แถมดูข้อมูลจากเว็บแอปเปิ้ลก็ไม่ค่อยมีอะไรทำให้รู้ว่าต้องซื้อ iPad ซึ่งนั้นเป็นความคิดของคนอื่น ซึ่งผมก็ในมุมของผมว่าจะสามารถนำ iPad มาใช้ทำอะไรได้บ้างก็ได้คำตอบแบบเข้าข้างตัวเองคือ
- เอาไว้อ่านหนังสือ
เรื่องหนังสือผมเป็นคนที่ซื้อเรื่อย ๆ ครับ ซื้อไม่บ่อยไม่เยอะ ปี ๆ นึงพวกพ็อกเก็ตบุ๊คก็สัก 7-10 เล่ม แต่ไอ้ของที่ซื้อตั้งแต่ปีที่แล้ว (2552) นับนิ้วดูถ้านับไม่ผิดอ่านจบเล่มไปแค่ 3 เล่มเอง บางเล่มซื้อมาไม่อ่านเพราะขี้เกียจถือไปไหนมาไหนติดตัวเพราะเรื่องน้ำหนักครับ ก็เลยคิดเอาเองว่าถ้ามี iPad จะช่วยเรื่องนี้ได้ ส่วนพวกนิตยสารก็หวังว่าพวกหัวดัง ๆ จะค่อย ๆ ทยอยออกมาในฉบับ iPad และที่สำคัญขอให้มีราคาถูกกว่าหน้าปกฉบับจริง หรือถ้าจะให้ดีเลยขอให้มีสมัครสมาชิกแบบรายปีในราคาถูกด้วยก็จะดีไม่น้อย …ฮา
- เอาไว้ทำงาน
เรื่องนี้คงแบ่งเป็นสองส่วนคือหนึ่งไว้ใช้กับงานที่เกี่ยวข้องในเว็บในส่วนของการีวิว เพราะเท่าที่ดูตามแต่ละเว็บยี่ห้ออุปกรณ์เสริมสำหรับ iPod/iPhone ทั้งหลาย ต่างก็บอกว่าจะทำนู้นนี่ของ iPad ออกมาแน่ ๆ แถมบางเว็บมี Mock Up ตัวเคสของ iPad กันแล้วด้วย เห็นแบบนี้แล้วคิดว่าไง ๆ ก็ต้องซื้อแล้วเพราะถ้ามีพวกเคสหรืออุปกรณ์เสริมอื่นของ iPad มาถึงมือ แต่ดันไม่มีตัวเครื่องก็งามไส้กันเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นไฟท์บังคับมาก ๆ สำหรับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องงานส่วนที่สองมาจากการคิดเอาเองว่าถ้ามี iPad แล้วจะรายงานข่าวนอกสถานที่คล่องตัวมากขึ้น เพราะแทนที่จะหอบหิ้ว MacBook ก็กลายเป็นถือ iPad ไปแทน (หรืออาจจะจับคอมโบ้คู่กับ Wireless Keyboard บางกรณี) ในการรายงานข่าวแบบสด ๆ เข้าเว็บผ่านทาง twitter ซึ่งเรื่องนี้ก็เสี่ยงมากเหมือนกันเพราะเป็นการคิดเองเออเองไม่ได้จับตัวจริงก่อนตัดสินใจ เรื่องทำงานอื่น ๆ อย่างพวก iWork ที่แอปเปิ้ลโม้ไว้ยังตอบไม่ได้ว่าจะสามารถแทนที่การใช้ MacBook ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้า iPad สามารถแทนที่ได้บ้างก็คงดีไม่น้อย
- เอาไว้เล่นแอพฯ for iPad
ต่อจากข้อแรกที่หลายคนคิดว่ามันคือ Big iPod touch ทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องแอพฯ for iPad ไป การมีแอพฯแสนกว่าแอพฯอยู่ใน App Store เป็นเรื่องดีครับ แต่แอพฯที่มีมันทำมาสำหรับ iPhone/iPod touch ที่สามารถนำมาใช้บน iPad ได้ก็จริง แต่พวก UI ต่าง ๆ ของแอพฯในตอนนี้ทำมาสำหรับหน้าจอของ iPhone/iPod touch ครับ ซึ่งผมคิดเอาเองว่าพอ iPad ออกมาก็จะมีอีกหลายๆๆแอพฯออกมาเพื่อ iPad โดยเฉพาะ ซึ่งแอพฯพวกนี้เป็นไปได้ที่จะไม่สามารถใช้ได้บน iPhone/iPod touch ก็คิดเอาเอง(อีกแล้ว)ว่าน่าจะมีแอพฯที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถของ iPad ในเรื่องของหน้าจอใหญ่ออกมาอีกพอควร ผมว่าอย่างน้อย ๆ พวก UI ของแอพฯ for iPad ก็คงถูกออกในแบบที่คนไทยเรียกว่า “คิดใหม่ทำใหม่” ครับ หลายคนที่คุยด้วยยังไม่ได้นึกถึงเรื่อง UI เฉพาะของ iPad เรียกว่ายังติดหน้าตา UI ของแอพฯ for iPhone กันอยู่
เอาเป็นว่าใครบังเอิญ Google มาเจอเว็บนี้แล้วมีความคิดอยากทำแอพฯ for iPad ขายก็ขอให้คิดเรื่อง UI สำหรับ iPad ให้ดีนะครับ
- เอาไว้ทำอะไรต่อมิอะไร
จริง ๆ ยังนึกไม่ออกครับว่าจะเอา iPad ไว้ทำอะไรได้อีก เพราะเห็นแค่ในเว็บก็นึกออกเท่าที่แอปเปิ้ลโม้ไว้แค่นั้นครับ เรื่องอื่น ๆ อย่างพวกเช็คอีเมลหรือเล่นอินเตอร์เน็ตบน iPad เป็นเรื่องรองสำหรับผม (ในกรณีที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติมจาก iPhone) ส่วนเรื่องจะเอาไว้เล่น twitter หรือ facebook บนรถไฟฟ้า นึกเรื่องนี้ก็ขำท่าทางเวลาหยิบ-จับ-จิ้มหน้าจอเวลาเล่น twitter กับ facebook ซะจริง ๆ คิดดูหยิบ iPad มาเม้นเพื่อนใน facebook บนรถไฟฟ้าคนรอบข้างรู้หมดว่าเราชื่ออะไร กำลังพิมพ์อะไรอยู่ หรือถ้าจะเอาไว้เล่นเกมบนรถไฟฟ้าท่าทางที่ออกมาสำหรับบางเกมคงขำไม่น้อย
ส่วนคำถามที่ว่า iPad จะฮิตเหมือน iPhone รึเปล่า ผมเชื่อว่าไม่ครับ ด้วยเพราะหลายคนมี iPhone หรือ iPod touch กันอยู่แล้วก็คงไม่อยากเพิ่มภาระหิ้ว iPad อีก หรือยังนึกไม่ออกมาจะเอามาทำอะไรในเมื่อ iPhone/iPod touch ที่ฉันมีก็ทำได้ทุกอย่างที่ฉันอยากได้อยู่แล้ว และที่สำคัญคือราคา iPad ตอนนี้โดนเอาไปเทียบกับ iPod touch แบบนี้ไง ๆ ก็ดูแพงกว่าเยอะครับ หรือถ้าจะมองแค่ราคาของ iPad อย่างเดียวผมว่าถ้าเข้ามาไทยก็คงแพงอยู่เหมือนกัน โดยส่วนตัวผมคร่าว ๆ ว่าราคาน่าจะเริ่มที่ 19,000 บาท (+/-500 บาท) สำหรับรุ่น 16GB (Wi-Fi) ส่วนวันวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการถ้าดูจากที่แอปเปิ้ลประกาศออกมาในตอนนี้ ผมว่าอีกอีกพักใหญ่เลยครับ

ร่ายมาซะยาวสรุปสั้น ๆ เลยแล้วกันว่า “สั่งไปแล้ว” ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงได้รีวิวลงในเว็บช่วงหลังสงกรานต์ครับ ช่วงนี้ก็เลยเห่อ(ล่วงหน้า)หาโหลดพวก PDF ซะเยอะเชียว ^^”
———————————————–
GF1 กะ iPad มาพร้อม ๆ กันแบบนี้บอกได้คำเดียวว่า “ตัวเบา” ไปอีกหลายเดือนครับ T^T
2 Responses to “GF1 และ iPad”
Leave a Reply



เลนส์ฟิกซ์มันดีนะ อิอิ 20/1.7 แต่ต้องซูม (เท้า) แทน ซึ่งคนที่ใช้เลนส์ฟิกซ์จะชอบเรื่องคุณภาพเป็นหลัก ในขณะที่เลนส์ช่วงซูม มันก็สะดวกไม่ต้องเดินเข้าเดินออก แค่หมุนเลนส์ก็พอ
เรื่องเปลี่ยนเลนส์คงไม่ใช่ประเด็นสำหรับคนที่มี D-SLR แล้วอย่างผม ฮ่าๆ หากมองไปถึงเรื่องขนาดและความสะดวกในการพกพา ถ้าต้องพกเลนส์ไปเปลี่ยน ยอมแบก D-SLR ดีกว่า ดังนั้นกล้องที่เป็น full compact (เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้) แต่ให้ไฟล์คุณภาพดีๆ น่าจะเป็นทางออก ซึ่งผมกลับมองไปที่ leica D-LUX4 รุ่นที่ออกมานานแล้ว ด้วยเรื่องน้ำหนักและขนาด ราคาใกล้เคียงกับ GF-1 + 20/1.7 (ราคาร้าน AVcamera 34990) พอสมควร (หน้าเว็บ fotofile แบบที่ยังไม่ได้ต่อรอง 35900)
D-LUX4 มาพร้อมกับเลนส์ 24-60 (เทียบเท่ากับ 35mm) f/2-2.8 เรียกได้ว่าทำได้ดีทีเดียวสำหรับกล้อง compact ในสภาพแสงน้อยแทบจะไม่มีปัญหาเลย สำหรับ video recording นั้นก็ทำได้ไม่แพ้กล้องรุ่นใหม่ๆ
16:9 format HD 1280×720 (24fps) และ 848×480 (30fps)
4:3 format 640×480 (30fps) 320×240 (30fps)
anyway เมื่อได้ GF-1 มาแล้ว ก็ขอให้เพลิดเพลินกับการ process รูป (จาก raw file) ฆ่าเวลาได้ทั้งวันเลยทีเดียว 555+
อ่าว….วันก่อนเห็นคุยกันว่าราคาแพงมากๆ แป๊ปเดียวสอยมาแล้ว ฮ่าๆ
ยังไงขอให้มีความสุขกับการถ่ายรูปครับ ผมว่าลุงกั้งมีรูปสวยๆ มาให้เพื่อนๆ ดูตลอดแน่ๆ (โดยเฉพาะของกิน ฮ่าๆ )