ค่าซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์สำหรับคนแบบผม
อยากเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนถึงสักที วันนี้วันแม่แห่งชาติ อยู่ว่าง ๆ ยังไม่ได้ขยับตัวออกจากบ้านก็เลยมาเขียนถึงเรื่องค่าซอฟท์แวร์ที่ผมใช้อยู่สักนิดก็แล้วกัน
คนแบบผมเป็นคนแบบไหน ?
ผมใช้เครื่อง MacBook ใช้ Mac OS X ปกติในทุก ๆ วันผมใช้คอมพิวเตอร์อัพเดทเนื้อหาในเว็บ siampod.com แน่นอนว่าต้องใช้โปรแกรมด้านเอกสารเพื่อพิมพ์ข่าวพิมพ์รีวิว, มีตกแต่งรูปที่ใช้ลงในเว็บด้วย ก็แน่นอนอีกเช่นกันที่ตัองใช้โปรแกรมตกแต่งรูปภาพ คนทำเว็บหรือมีเว็บเป็นของตัวเองก็น่าจะต้องมีโปรแกรม FTP ติดเครื่องด้วยอันนี้ผมก็มีเช่นกันครับ , มีโฆษณามาลงเว็บก็ต้องมีการออกใบเรียกเก็บเงินกับผู้สนับสนุนเว็บ อันนี้ผมก็มีโปรแกรมไว้ใช้งานเฉพาะด้านครับ
รวม ๆ แล้วถ้าคุณผู้อ่านใช้งานประมาณข้างต้นค่าซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้แพงอะไรนัก ค่อย ๆ ซื้อกันไปทีละโปรแกรมสองโปรแกรมก็พอไหวครับ ลองไล่ดูกันทีละตัวแล้วกันว่าค่าตัวเท่าไหร่กันบ้าง
iWork ($79) – ชุดโปรแกรมที่ผมขาดไม่ได้เลยครับ เพราะเอาไว้ใช้พิมพ์เอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว, รีวิวต่าง ๆ ที่ลงในเว็บด้วย Pages นาน ๆ ทีใช้ Keynote ที ส่วน Numbers ปีนึงเปิดนับครั้งได้ ประมาณว่าเป็นโรคไม่ถูกกับโปรแกรมแนวนี้ครับ ^^” …ในไทยขายอยู่ 3,190 บาท
Pixelmator ($59) โปรแกรมตกแต่งรูปภาพราคาย่อมเยาว์ เอาเข้าจริงคือแอบใช้ Photoshop มานานแล้ว และรู้สึกว่าเวอร์ชั่นใหม่ ๆ เครื่องกระผมก็แลดูอืด ๆ เวลาเปิดใช้งานแถมตัวชุด Adobe CS าชอบแอบลงโปรแกรมอื่นที่เราไม่ได้เลือกให้ลงก็ดันแอบลงมาให้ โดยในตอนแรกสุดตัดสินใจว่าอยากหาซื้อ CS Suit แบบ Education เพราะอยากใช้แบบลิขสิทธิ์ในราคาไม่แพง (ฮา) แบบว่าคิดเองเออเองว่าตรูใช้คนเดียวไม่ได้เอาไปขายงานที่ไหนสักหน่อย ขอจ่ายราคานักศึกษาแล้วกัน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เพราะในไทยไม่มีให้ซื้อ เมื่อไม่ได้แผนแรกก็จะหันไปหา Photoshop Element ในไทยก็หาซื้อยากอีกเช่นกัน แถมกลัวว่าใช้ Photoshop Element แล้วก็ยังอยากใช้ Photoshop เวอร์ชั่นเต็มอีกอยู่ดี ก็เลยหาทางเลือกอื่น ซึ่งก็มาจบที่ Pixelmator เอาเข้าจริงผมลองใช้ Pixelmator มาอย่างน้อย ๆ 3 รอบแล้วแต่รู้สึกว่ายังไม่เวิร์ค มารอบนี้ต้องใช้จริง ๆ จัง ๆ ก็ไปโหลดตัวทดลองใช้ 30 วันมาลองใช้งานอยู่สัก 10 วันเห็นได้จะได้ ก็พยายามทำความเข้าใจกับโปรแกรมที่มีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นสู้ Photoshop ไม่ได้ แถมปุ่มช็อตคัทก็เปลี่ยนไปเยอะอีกด้วย ใช้แรก ๆ มีงง ๆ กันไปข้างนึง
สรุปว่าใครจะใช้ Pixelmator ต้องทำความเข้าใจกับโปรแกรมกันพักนึง ยิ่งคนที่เคยใช้ Photoshop มาแล้วด้วยยิ่งต้องเปิดใจกันให้มากหน่อย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าไง ๆ Pixelmator ก็สู้ Photoshop ไม่ได้อยู่ดี แต่ก็เพียงพอที่ผมจะใช้ทำงานแล้ว (วัน ๆ ใช้แค่ปรับสีรูปนิดหน่อย, ย่อรูป แปะลายน้ำ) ลืมบอกไปนิดว่าตอนซื้อจริงไม่ได้ซื้อราคาเต็มนะครับ เพราะข้อดีของการซื้อซอฟท์แวร์ทางอินเตอร์เน็ตมักจะมีส่วนลดมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่ว่าเราหาส่วนลดอันไหนเจอ ซึ่งตอนซื้อผมก็หาพวกส่วนลดนี่แหล่ะครับ ได้ลดไป 20% เหลือ $47.20
Transmit ($34) โปรแกรม FTP ที่ผมใช้จนติดใจ พยายามจะใช้เป็ดน้อย (Cyber Duck) แต่ก็รู้สึกว่าไม่ถนัดเท่า Transmit เอาเข้าจริงก็ใช้งานไม่เยอะเท่าไหร่หรอกครับ เพราะงานหลายอย่างทางด้านเขียนโปรแกรมก็ไม่ได้ทำเองก็เลยนานทีจะเข้า FTP ของเว็บสักที แต่ของเขาดีจริงนะครับ แอบฮาตอนซื้อที่พยายามหาพวกคูปองส่วนลดในอินเตอร์เน็ตหาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้สักที สุดท้ายซื้อราคาเต็ม
ProfitTrain ($50) เป็นโปรแกรมออก Invoice ที่ใช้มานานตั้งแต่ชื่อเก่า Billable ย้อนกลับไปตอนนู้นก็เลือก ๆ อยู่หลายโปรแกรมครับ แต่ละโปรแกรมก็สุดล้ำ มีเจ้า Billable นี่แหล่ะที่ผมรู้สึกว่าเข้าใจง่ายสุดไม่ซับซ้อนก็ใช้มานาน จนตอนเปลียนชื่อเป็น ProfitTrain ก็ตามมาอีก โดยพอเปลี่ยนชื่อเป็น ProfitTrain ก็มีการเพิ่มความสามารถเข้ามาพอควร แต่ก็ยังไม่ได้ลองใช้สักที (^^”)
สำหรับข้อดีของการใช้งานโปรแกรมเฉพาะด้านแบบนี้แทนที่จะทำเองใน Numbers คือตัวโปรแกรมมีระบบการจัดการที่ดีกว่าไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดเก็บชื่อลูกค้า, แยกได้ว่าอันไหนจ่ายแล้วอันไหนกำลังเรียกเก็บอยู่ และสุดท้ายคือผมไม่สามารถใช้โปรแกรมประเภท Numbers และ Excel ไม่เป็นครับ (แฮะๆ)
สำหรับโปรแกรมข้างต้นถือว่าเป็นโปรแกรมหลักที่ใช้ทำงานหาเงิน ซึ่งอันที่จริงแล้วพวกโปรแกรมหรือเกมกระจุ๊กกระจิ๊กที่เผลอกดซื้อไปบ้างก็มีเช่นเกม Plants VS Zombies (Mac), อัพเกรด 1Password 3 เป็นต้น ก็ไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ สรุปว่าค่าซอฟท์แวร์ข้างต้นทั้งหมดเสียเงินไปประมาณ $210 ครับ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 7,000 บาท แต่ถ้าเทียบกับชุดโปรแกรม Adobe CS ราคานี้ถือว่าไม่แพงครับ ส่วน 7,000 ที่ว่าผมก็ไม่ได้จ่ายแบบรวดเดียวนะครับ เพราะค่อย ๆ ทยอยซื้อไปเรื่อย ๆ ใครอ่านแล้วคิดว่ามีโปรแกรมดี ๆ แบบไม่ต้องเสียเงินใช้แทนกันได้ก็แนะนำกันด้วยนะครับ
สำหรับในอนาคตที่คาดว่าจะต้องเสียเงินแน่ ๆ ก็พวกชุดโปรแกรม iLife, iWork ที่ตอนนี้น่าจะใกล้ออกใหม่เต็มทนแล้ว คราวนี้คงเล็ง ๆ หาคนมาร่วมซื้อแบบ Family Pack น่าจะดีไม่น้อย (ประหยัดเงินไปได้เยอะ)
…ว่าไปเรื่องเสียเงินซื้อโปรแกรม นึกดูแล้วน่าจะเสียเงินซื้อแอพฯให้ iPhone, iPad มากกว่าบน Mac อีกนะเนี่ย (ไม่กล้ารวมเงิน)
3 Responses to “ค่าซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์สำหรับคนแบบผม”
Leave a Reply

สำหรับผม..
ตัว Mac OS X คงต้องเสียเงินอยู่แล้ว ตอนแรกๆ iLife+iWork ก็เหมือนว่าจะใช้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ แทบไม่ได้เปิด พยายามทำใจจะใช้ iPhoto จัดระเบียบรูปอยู่พักนึง สุดท้ายก็ไม่ถนัด ในชุด iWork นี่ไม่ได้ใช้เลยครับ ไปใช้ oo.o แทน พอเวอร์ชันใหม่ๆ ของ iLife+iWork ออกมาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ค่อยได้ตามแล้วครับ
Pixelmator
ในช่วงแรกที่ได้ทดสอบ ยอมรับว่าถ้ามีพื้นฐานมาก่อน ไม่ยากเลยครับ เสียดายที่ช่วงแรกยังไม่มี action ให้ใช้ก็เลยพับเก็บไว้ก่อน เพราะมีรูปต้องทำค่อนข้างเยอะ (ช่วงนั้นออกเที่ยวตลอด)
http://i.ibluewind.com/2008/05/pixelmator/
หากถามใจจริงตอนนี้ workflow ที่ชอบจริงๆ ไม่ใช่ photoshop ครับ แต่เป็น lightroom หรือ aperture สามารถจัดการรูปให้เสร็จในนั้น แล้วเอามาเสริมนิดหน่อยกับ frame หรือ watermark ด้วย GIMP แค่นั้นพอครับ feature หวือหวาบน photoshop CS5 เอาเข้าจริงๆ ใช้น้อยมากครับ
Transmit
ตัวนี้ก็สอยมาเหมือนกันครับ แต่มีข้อไม่ชอบใจอยู่นิดหน่อย สุดท้ายก็ยังต้องใช้คู่กับเป็ดน้อยอยู่ดีครับ
download ใช้ transmit เร็วดีครับ encoding ชื่อไฟล์ไม่ค่อยมีปัญหา
edit with… ใช้ transmit แก้ไขไฟล์พวก html php css สะดวกดีครับ
upload อันนี้โดยส่วนตัวใช้เป็ดปลอดภัยกว่าครับ เห็นชัดโดยเฉพาะไฟล์ใหญ่ แบบ upload 2GB transmit ชอบค้างไปเฉยๆ และแน่นอนว่า resume ไม่ได้ครับ ^^”
ส่วนเรื่อง twitter/facebook client on Mac OS X ผมกลับไม่ได้ซื้อสักตัว ฮ่าๆๆ ใช้แค่ tweetdeck ไปเสียตังให้ twitter/facebook client for iPhone แทน เอิ้กๆ
เคยนับของไอโฟน ก็หลายตังอยู่แต่ก็ยังไม่เท่าค่าเครื่อง
แต่เดี๋ยวนี้ก็จ่ายน้อยลงเยอะนะคะ เริ่มพยายามอดใจกับเกมส์อยู่เหมือนกัน
งานของผม Graphic ล้วนๆ พยายามลองใช้ตัวอื่น ยังไงก็สู้ Adobe ไม่ได้จริงๆก็เลยจำเป็นต้องชื้อ แอบอยากให้ Apple ทำโปรแกรมแนว Publishing Graphics มาสู้ Adobe เพื่อให้มีตัวเลือกบ้างอย่าง Lightroom = Aperture