<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Out of Pod &#187; kangg</title>
	<atom:link href="http://blog.siampod.com/author/kangg/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.siampod.com</link>
	<description>Just another Siampod Network site</description>
	<lastBuildDate>Sat, 30 Oct 2010 05:14:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ฟาดเนื้อย่าง @ Elite Grill Bar</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2010 07:42:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิน]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อย่าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[จริง ๆ ไปฟาดเนื้อที่ Elite Grill Bar มาพักใหญ่แล้ว แต่เพิ่งจะขยันมาเขียนถึงกันไว้สักหน่อยเผื่อใครอยากไปทานบ้าง สำหรับเนื้อย่างที่ Elite Grill Bar ที่ผมไปฟาดมาเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ครับ เบ็ดเสร็จแล้วตกคนละ 820 บาท ซึ่งนอกจากเนื้อย่าง (จริงๆมีทั้งเนื้อแกะ, เนื้อหมู, กุ้งอีกเยอะแยะแต่ผมเน้นเนื้อย่างเดียวครับ) ยังมีปลาดิบ, ข้าวปั้น, สปาเก็ตตี้ รวมอยู่ในราคาข้างต้นไว้แล้ว ราคานี้ถ้าเทียบกับเนื้อย่างแบบบุฟเฟ่ต์ที่อื่นก็ถือว่าราคาสูงใช่เล่นครับ ซึ่งถ้าไม่นับคุณภาพเนื้อที่ร้านกิวกิวเต้แล้ว ผมว่าคุณภาพเนื้อของที่ Elite Grill Bar ดีที่เดียว มาถึงก็สั่งไปเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะลิ้นหมักเกลือ ซึ่งกินมาหลายที่แล้วผมก็ยังยกให้ลิ้นหมักเกลือที่กิวกิวเต้อร่อยที่สุดครับ สำหรับลิ้นหมักเกลือของที่ Elite Grill Bar สั่งไปราว ๆ 5 จาน (จานละเกือบ 10 ชิ้น) พบว่าความสม่ำเสมอของคุณภาพไม่พิถีพิถันสักเท่าไหร่ เพราะ 3 จานแรกย่างเสร็จปั๊บเข้าปากสัมผัสละมุนใช้ได้ครับ แต่พอมา 2 จานหลังเหนียวมาก ซึ่งก็ทำให้ผิดหวังเล็ก ๆ ส่วนของเนื้อสารพัดเนื้อจัดว่าอยู่ในขั้นเทพระดับต้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">จริง ๆ ไปฟาดเนื้อที่ Elite Grill Bar มาพักใหญ่แล้ว แต่เพิ่งจะขยันมาเขียนถึงกันไว้สักหน่อยเผื่อใครอยากไปทานบ้าง<span id="more-206"></span><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;">สำหรับเนื้อย่างที่ Elite Grill Bar ที่ผมไปฟาดมาเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ครับ เบ็ดเสร็จแล้วตกคนละ 820 บาท ซึ่งนอกจากเนื้อย่าง (จริงๆมีทั้งเนื้อแกะ, เนื้อหมู, กุ้งอีกเยอะแยะแต่ผมเน้นเนื้อย่างเดียวครับ) ยังมีปลาดิบ, ข้าวปั้น, สปาเก็ตตี้ รวมอยู่ในราคาข้างต้นไว้แล้ว ราคานี้ถ้าเทียบกับเนื้อย่างแบบบุฟเฟ่ต์ที่อื่นก็ถือว่าราคาสูงใช่เล่นครับ ซึ่งถ้าไม่นับคุณภาพเนื้อที่ร้านกิวกิวเต้แล้ว ผมว่าคุณภาพเนื้อของที่ Elite Grill Bar ดีที่เดียว</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">มาถึงก็สั่งไปเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะลิ้นหมักเกลือ ซึ่งกินมาหลายที่แล้วผมก็ยังยกให้ลิ้นหมักเกลือที่กิวกิวเต้อร่อยที่สุดครับ สำหรับลิ้นหมักเกลือของที่ Elite Grill Bar สั่งไปราว ๆ 5 จาน (จานละเกือบ 10 ชิ้น) พบว่าความสม่ำเสมอของคุณภาพไม่พิถีพิถันสักเท่าไหร่ เพราะ 3 จานแรกย่างเสร็จปั๊บเข้าปากสัมผัสละมุนใช้ได้ครับ แต่พอมา 2 จานหลังเหนียวมาก ซึ่งก็ทำให้ผิดหวังเล็ก ๆ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">ส่วนของเนื้อสารพัดเนื้อจัดว่าอยู่ในขั้นเทพระดับต้น ๆ ครับ การตัดชิ้นเนื้อของที่นี่จะเน้นช้ินหนาหน่อยนึงทำให้เวลาย่างใช้เวลานานและตอนเข้าปากแล้วจะรู้สึกหนา ๆ หน่อย ไม่ใช่แบบที่กิวกิวเต้ที่เนื้อจะชิ้นบางกว่านิดนึงพอเข้าปากแล้วจะเคี้ยวง่ายกว่าละลายไปเลย ด้านน้ำจิ้มที่นี่มีน้ำจิ้มหลายแบบครับ แต่ตอนนี้ผมกินแต่แบบเนื้อจิ้มน้ำมะนาวอย่างเดียวก็เลยไม่ได้ลองว่าน้ำจิ้มของทางเด็ดมากน้อยแค่ไหน เนื้อที่ผมชอบที่สุดก็เห็นจะเป็นเนื้อเซอร์ลอยครับ เนื้อติดมันหน่อย ๆ ชิ้นใหญ่ ย่างแบบไม่ต้องสุกมาก จิ้มน้ำมะนาว &#8230;สุดยอดครับ แต่อย่างที่บอกไปตอนต้นคือชิ้นหนาไปนิด (นิดเดียวจริงๆ) ถ้าบางกว่านี้อีกหน่อยน่าจะได้ลิ้มรสเนื้อได้มากกว่านี้ ส่วนลิ้นหมักเกลือของโปรดอย่างที่บอกไปตอนต้นครับคือมาผิดหวังตอน 2 จานสุดท้าย</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">สำหรับอาหารอื่น ๆ ที่เราสามารถสั่งได้พวกปลาดิบถือว่าคุณภาพดีครับ เนื้อปลาสดใช้ได้ ส่วนสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าที่สั่งมาก็ถือว่าอร่อยทีเดีย แต่สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าจะทำออกแนวญี่ปุ่นนะครับคือหนักครีมมากๆ (เข้มข้นว่างั้นเหอะ)</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">รวม ๆ แล้วสำหรับ Elite Grill Bar ถ้านับแค่ร้านเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ด้วยกันถือว่าอยู่ในตัวเลือกต้น ๆ เลยทีเดียว ราคาที่จ่ายไปกับสิ่งที่ได้มาผมว่าคุ้มค่ากว่าหลาย ๆ ร้านที่หัวละ 300-400 บาทแต่คุณภาพเนื้อไมไ่ด้เรื่องเยอะครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">ส่วนถ้าเทียบกับเนื้อย่างทั้งหมดที่ผมเคยฟาดมาราคาพอ ๆ กันนี้ผมยังยกให้กิวกิวเต้ครับ คือจ่ายประมาณเดียวกันหรือแพงกว่านี้อีกนิดแต่คุณภาพเนื้อของที่กิวกิวเต้ดีกว่าราว 2 ขั้นเทพครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">**ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับราคาบุฟเฟ่ต์ จริง ๆ มี 2 ราคานะครับคือ 499 และ 699 บาท ต่างกันที่ 499 จะไม่มีเมนูพวกลิ้นวัว, เนื้อแกะ, ปลาดิบ, โค้กฟรี ประมาณนี้ครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">***เนื้อย่างที่ผมกินจะสั่งเป็นเนื้อโรยเกลือพริกไทยอย่างเดียวนะครับ พวกเนื้อราดซอสไม่ได้สั่งมาเลยครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">**** Elite Grill Bar ร้านตั้งอยู่ในบริเวณ Ozono Plaza ซ.สุขุมวิท 39 (เข้ามาทางท้ายซอยจาก ถ.เพชรบุรีจะใกล้กว่าครับ)</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Thonburi; text-align: center; margin: 0px;"><span style="letter-spacing: 0.0px;">
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_01/' title='elite-grill-bar_01'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_01-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_01" title="elite-grill-bar_01" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_02/' title='elite-grill-bar_02'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_02" title="elite-grill-bar_02" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_03/' title='elite-grill-bar_03'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_03-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_03" title="elite-grill-bar_03" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_04/' title='elite-grill-bar_04'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_04" title="elite-grill-bar_04" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_05/' title='elite-grill-bar_05'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_05" title="elite-grill-bar_05" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_06/' title='elite-grill-bar_06'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_06" title="elite-grill-bar_06" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_07/' title='elite-grill-bar_07'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_07" title="elite-grill-bar_07" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_08/' title='elite-grill-bar_08'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_08" title="elite-grill-bar_08" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_09/' title='elite-grill-bar_09'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_09" title="elite-grill-bar_09" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/elite-grill-bar_10/' title='elite-grill-bar_10'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/08/elite-grill-bar_10-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="elite-grill-bar_10" title="elite-grill-bar_10" /></a>
</p>
<p></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi;">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Thonburi; text-align: center; margin: 0px;">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Thonburi; text-align: center; margin: 0px;"><span style="letter-spacing: 0.0px;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/08/20/beef-grill-at-elite-grill-bar/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ค่าซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์สำหรับคนแบบผม</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/08/12/my-softwares/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/08/12/my-softwares/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 07:26:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Mac]]></category>
		<category><![CDATA[Software]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=203</guid>
		<description><![CDATA[อยากเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนถึงสักที วันนี้วันแม่แห่งชาติ อยู่ว่าง ๆ ยังไม่ได้ขยับตัวออกจากบ้านก็เลยมาเขียนถึงเรื่องค่าซอฟท์แวร์ที่ผมใช้อยู่สักนิดก็แล้วกัน คนแบบผมเป็นคนแบบไหน ? ผมใช้เครื่อง MacBook ใช้ Mac OS X  ปกติในทุก ๆ วันผมใช้คอมพิวเตอร์อัพเดทเนื้อหาในเว็บ siampod.com  แน่นอนว่าต้องใช้โปรแกรมด้านเอกสารเพื่อพิมพ์ข่าวพิมพ์รีวิว, มีตกแต่งรูปที่ใช้ลงในเว็บด้วย ก็แน่นอนอีกเช่นกันที่ตัองใช้โปรแกรมตกแต่งรูปภาพ คนทำเว็บหรือมีเว็บเป็นของตัวเองก็น่าจะต้องมีโปรแกรม FTP ติดเครื่องด้วยอันนี้ผมก็มีเช่นกันครับ , มีโฆษณามาลงเว็บก็ต้องมีการออกใบเรียกเก็บเงินกับผู้สนับสนุนเว็บ อันนี้ผมก็มีโปรแกรมไว้ใช้งานเฉพาะด้านครับ รวม ๆ แล้วถ้าคุณผู้อ่านใช้งานประมาณข้างต้นค่าซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้แพงอะไรนัก ค่อย ๆ ซื้อกันไปทีละโปรแกรมสองโปรแกรมก็พอไหวครับ ลองไล่ดูกันทีละตัวแล้วกันว่าค่าตัวเท่าไหร่กันบ้าง iWork ($79) &#8211; ชุดโปรแกรมที่ผมขาดไม่ได้เลยครับ เพราะเอาไว้ใช้พิมพ์เอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว, รีวิวต่าง ๆ ที่ลงในเว็บด้วย Pages นาน ๆ ทีใช้ Keynote ที ส่วน Numbers ปีนึงเปิดนับครั้งได้ ประมาณว่าเป็นโรคไม่ถูกกับโปรแกรมแนวนี้ครับ ^^” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">อยากเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนถึงสักที วันนี้วันแม่แห่งชาติ อยู่ว่าง ๆ ยังไม่ได้ขยับตัวออกจากบ้านก็เลยมาเขียนถึงเรื่องค่าซอฟท์แวร์ที่ผมใช้อยู่สักนิดก็แล้วกัน<span id="more-203"></span><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">คนแบบผมเป็นคนแบบไหน ?</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">ผมใช้เครื่อง MacBook ใช้ Mac OS X  ปกติในทุก ๆ วันผมใช้คอมพิวเตอร์อัพเดทเนื้อหาในเว็บ siampod.com  แน่นอนว่าต้องใช้โปรแกรมด้านเอกสารเพื่อพิมพ์ข่าวพิมพ์รีวิว, มีตกแต่งรูปที่ใช้ลงในเว็บด้วย ก็แน่นอนอีกเช่นกันที่ตัองใช้โปรแกรมตกแต่งรูปภาพ คนทำเว็บหรือมีเว็บเป็นของตัวเองก็น่าจะต้องมีโปรแกรม FTP ติดเครื่องด้วยอันนี้ผมก็มีเช่นกันครับ , มีโฆษณามาลงเว็บก็ต้องมีการออกใบเรียกเก็บเงินกับผู้สนับสนุนเว็บ อันนี้ผมก็มีโปรแกรมไว้ใช้งานเฉพาะด้านครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">รวม ๆ แล้วถ้าคุณผู้อ่านใช้งานประมาณข้างต้นค่าซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้แพงอะไรนัก ค่อย ๆ ซื้อกันไปทีละโปรแกรมสองโปรแกรมก็พอไหวครับ ลองไล่ดูกันทีละตัวแล้วกันว่าค่าตัวเท่าไหร่กันบ้าง</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"><a href="http://store.apple.com/th/product/MB942Z/A/iWork-09?fnode=MTY1NDA0OA&amp;mco=MTM5NjI0MDY" target="_blank">iWork ($79)</a> &#8211; ชุดโปรแกรมที่ผมขาดไม่ได้เลยครับ เพราะเอาไว้ใช้พิมพ์เอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว, รีวิวต่าง ๆ ที่ลงในเว็บด้วย Pages นาน ๆ ทีใช้ Keynote ที ส่วน Numbers ปีนึงเปิดนับครั้งได้ ประมาณว่าเป็นโรคไม่ถูกกับโปรแกรมแนวนี้ครับ ^^” &#8230;ในไทยขายอยู่ 3,190 บาท</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"><a href="http://www.pixelmator.com/" target="_blank">Pixelmator ($59)</a> โปรแกรมตกแต่งรูปภาพราคาย่อมเยาว์ เอาเข้าจริงคือแอบใช้ Photoshop มานานแล้ว และรู้สึกว่าเวอร์ชั่นใหม่ ๆ เครื่องกระผมก็แลดูอืด ๆ เวลาเปิดใช้งานแถมตัวชุด Adobe CS าชอบแอบลงโปรแกรมอื่นที่เราไม่ได้เลือกให้ลงก็ดันแอบลงมาให้ โดยในตอนแรกสุดตัดสินใจว่าอยากหาซื้อ CS Suit แบบ Education เพราะอยากใช้แบบลิขสิทธิ์ในราคาไม่แพง (ฮา) แบบว่าคิดเองเออเองว่าตรูใช้คนเดียวไม่ได้เอาไปขายงานที่ไหนสักหน่อย ขอจ่ายราคานักศึกษาแล้วกัน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เพราะในไทยไม่มีให้ซื้อ เมื่อไม่ได้แผนแรกก็จะหันไปหา Photoshop Element ในไทยก็หาซื้อยากอีกเช่นกัน แถมกลัวว่าใช้ Photoshop Element แล้วก็ยังอยากใช้ Photoshop เวอร์ชั่นเต็มอีกอยู่ดี ก็เลยหาทางเลือกอื่น ซึ่งก็มาจบที่ Pixelmator เอาเข้าจริงผมลองใช้ Pixelmator มาอย่างน้อย ๆ 3 รอบแล้วแต่รู้สึกว่ายังไม่เวิร์ค มารอบนี้ต้องใช้จริง ๆ จัง ๆ ก็ไปโหลดตัวทดลองใช้ 30 วันมาลองใช้งานอยู่สัก 10 วันเห็นได้จะได้ ก็พยายามทำความเข้าใจกับโปรแกรมที่มีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นสู้ Photoshop ไม่ได้ แถมปุ่มช็อตคัทก็เปลี่ยนไปเยอะอีกด้วย ใช้แรก ๆ มีงง ๆ กันไปข้างนึง</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">สรุปว่าใครจะใช้ Pixelmator ต้องทำความเข้าใจกับโปรแกรมกันพักนึง ยิ่งคนที่เคยใช้ Photoshop มาแล้วด้วยยิ่งต้องเปิดใจกันให้มากหน่อย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าไง ๆ Pixelmator ก็สู้ Photoshop ไม่ได้อยู่ดี แต่ก็เพียงพอที่ผมจะใช้ทำงานแล้ว (วัน ๆ ใช้แค่ปรับสีรูปนิดหน่อย, ย่อรูป แปะลายน้ำ) ลืมบอกไปนิดว่าตอนซื้อจริงไม่ได้ซื้อราคาเต็มนะครับ เพราะข้อดีของการซื้อซอฟท์แวร์ทางอินเตอร์เน็ตมักจะมีส่วนลดมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่ว่าเราหาส่วนลดอันไหนเจอ ซึ่งตอนซื้อผมก็หาพวกส่วนลดนี่แหล่ะครับ ได้ลดไป 20% เหลือ $47.20</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"><a href="http://www.panic.com/transmit/" target="_blank">Transmit ($34</a>) โปรแกรม FTP ที่ผมใช้จนติดใจ พยายามจะใช้เป็ดน้อย (Cyber Duck) แต่ก็รู้สึกว่าไม่ถนัดเท่า Transmit เอาเข้าจริงก็ใช้งานไม่เยอะเท่าไหร่หรอกครับ เพราะงานหลายอย่างทางด้านเขียนโปรแกรมก็ไม่ได้ทำเองก็เลยนานทีจะเข้า FTP ของเว็บสักที แต่ของเขาดีจริงนะครับ แอบฮาตอนซื้อที่พยายามหาพวกคูปองส่วนลดในอินเตอร์เน็ตหาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้สักที สุดท้ายซื้อราคาเต็ม</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"><a href="http://clickablebliss.com/profittrain/" target="_blank">ProfitTrain ($50</a>) เป็นโปรแกรมออก Invoice ที่ใช้มานานตั้งแต่ชื่อเก่า <a href="http://clickablebliss.com/billable/" target="_blank">Billable</a> ย้อนกลับไปตอนนู้นก็เลือก ๆ อยู่หลายโปรแกรมครับ แต่ละโปรแกรมก็สุดล้ำ มีเจ้า Billable นี่แหล่ะที่ผมรู้สึกว่าเข้าใจง่ายสุดไม่ซับซ้อนก็ใช้มานาน จนตอนเปลียนชื่อเป็น ProfitTrain ก็ตามมาอีก โดยพอเปลี่ยนชื่อเป็น ProfitTrain ก็มีการเพิ่มความสามารถเข้ามาพอควร แต่ก็ยังไม่ได้ลองใช้สักที (^^”)</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">สำหรับข้อดีของการใช้งานโปรแกรมเฉพาะด้านแบบนี้แทนที่จะทำเองใน Numbers คือตัวโปรแกรมมีระบบการจัดการที่ดีกว่าไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดเก็บชื่อลูกค้า, แยกได้ว่าอันไหนจ่ายแล้วอันไหนกำลังเรียกเก็บอยู่ และสุดท้ายคือผมไม่สามารถใช้โปรแกรมประเภท Numbers และ Excel ไม่เป็นครับ (แฮะๆ)</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">สำหรับโปรแกรมข้างต้นถือว่าเป็นโปรแกรมหลักที่ใช้ทำงานหาเงิน ซึ่งอันที่จริงแล้วพวกโปรแกรมหรือเกมกระจุ๊กกระจิ๊กที่เผลอกดซื้อไปบ้างก็มีเช่นเกม Plants VS Zombies (Mac), อัพเกรด 1Password 3 เป็นต้น ก็ไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ สรุปว่าค่าซอฟท์แวร์ข้างต้นทั้งหมดเสียเงินไปประมาณ $210 ครับ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 7,000 บาท แต่ถ้าเทียบกับชุดโปรแกรม Adobe CS ราคานี้ถือว่าไม่แพงครับ ส่วน 7,000 ที่ว่าผมก็ไม่ได้จ่ายแบบรวดเดียวนะครับ เพราะค่อย ๆ ทยอยซื้อไปเรื่อย ๆ ใครอ่านแล้วคิดว่ามีโปรแกรมดี ๆ แบบไม่ต้องเสียเงินใช้แทนกันได้ก็แนะนำกันด้วยนะครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">สำหรับในอนาคตที่คาดว่าจะต้องเสียเงินแน่ ๆ ก็พวกชุดโปรแกรม iLife, iWork ที่ตอนนี้น่าจะใกล้ออกใหม่เต็มทนแล้ว คราวนี้คงเล็ง ๆ หาคนมาร่วมซื้อแบบ Family Pack น่าจะดีไม่น้อย (ประหยัดเงินไปได้เยอะ)</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">&#8230;ว่าไปเรื่องเสียเงินซื้อโปรแกรม นึกดูแล้วน่าจะเสียเงินซื้อแอพฯให้ iPhone, iPad มากกว่าบน Mac อีกนะเนี่ย (ไม่กล้ารวมเงิน)</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/08/12/my-softwares/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มีดโกนหนวด BIC &#8211; Easy Click</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Jul 2010 18:24:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[BIC]]></category>
		<category><![CDATA[Gillette]]></category>
		<category><![CDATA[Razor]]></category>
		<category><![CDATA[Shaver]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=193</guid>
		<description><![CDATA[หุๆ ^_^ &#8230;หายไปนานจนคิดว่าจะไม่ได้กลับมาเขียนซะแล้ว แต่ขอหน่อยล่ะกันเพราะเพิ่งซื้อมีดโกนหนวดมาใหม่ เผื่อใครหลงมาอ่านจะได้รู้ว่าไม่ต้องง้อ Gillette ก็ได้ เอาจริง ๆ ผมหันหลังให้ Gillette มานานแล้วหลังจากรู้สึกว่าโดนขูดรีดขูดเนื้อกระเป๋าเงินกับใบมีด MACH 3 เรื่อยมาถึง MACH 3 Turbo ที่ซื้อครั้งนึงแทบจะควักแบงค์ห้าร้อยจ่ายกันเลยทีเดียว แถมรู้สึกว่าใบมีดรุ่นใหม่ ๆ ของ Gillette คุณภาพไม่สมราคาเอาเสียเลยไม่ว่าจะเป็นรุ่นราคาแพงที่เป็นแบบเปลี่ยนใบมีดหรือรุ่นราคาถูกที่เป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งด้าม โดยเฉพาะอย่างหลังผมว่า Gillette ทำได้เข้าขั้นห่วยมาก ซึ่งพอหันหลังให้ยี่ห้อ Gillette ก็เปลี่ยนไปเรื่อยไม่หยุดอยู่กับยี่ห้ออะไรนาน ๆ หลาย ๆ ปีแบบสมัยก่อน จนเมื่อไม่นานมานี้ไปเดินคาร์ฟูร์ก็สังเกตเห็นมีดโกนหนวด BIC Easy Click เท่าที่ดูน่าจะเพิ่งเข้าไทยได้ไม่นาน เห็นแว๊บแรกจับ ๆ ถือ ๆ อ่านสรรพคุณเห็นว่าเป็นมีดโกนหนวดแบบเปลี่ยนใบมีดได้โดยใบมีดมี 3 ชั้น หัวใบมีดขยึก ๆ ได้เหมือนพวก Gillette ที่มาราคาแพง  ซึ่งพอเห็นราคาของ BIC Easy Click  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">หุๆ ^_^ &#8230;หายไปนานจนคิดว่าจะไม่ได้กลับมาเขียนซะแล้ว แต่ขอหน่อยล่ะกันเพราะเพิ่งซื้อมีดโกนหนวดมาใหม่ เผื่อใครหลงมาอ่านจะได้รู้ว่าไม่ต้องง้อ Gillette ก็ได้<span id="more-193"></span></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Helvetica;text-align: center;margin: 0px"><span style="letter-spacing: 0.0px"><img class="alignnone size-full wp-image-194" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_01.jpg" alt="shaver-bic-easy-click_01" width="450" height="301" /></span></p>
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Helvetica;text-align: center;margin: 0px">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Helvetica;text-align: center;margin: 0px"><span style="letter-spacing: 0.0px"><img class="alignnone size-full wp-image-196" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_03.jpg" alt="shaver-bic-easy-click_03" width="450" height="329" /></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">เอาจริง ๆ ผมหันหลังให้ Gillette มานานแล้วหลังจากรู้สึกว่าโดนขูดรีดขูดเนื้อกระเป๋าเงินกับใบมีด MACH 3 เรื่อยมาถึง MACH 3 Turbo ที่ซื้อครั้งนึงแทบจะควักแบงค์ห้าร้อยจ่ายกันเลยทีเดียว แถมรู้สึกว่าใบมีดรุ่นใหม่ ๆ ของ Gillette คุณภาพไม่สมราคาเอาเสียเลยไม่ว่าจะเป็นรุ่นราคาแพงที่เป็นแบบเปลี่ยนใบมีดหรือรุ่นราคาถูกที่เป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งด้าม โดยเฉพาะอย่างหลังผมว่า Gillette ทำได้เข้าขั้นห่วยมาก ซึ่งพอหันหลังให้ยี่ห้อ Gillette ก็เปลี่ยนไปเรื่อยไม่หยุดอยู่กับยี่ห้ออะไรนาน ๆ หลาย ๆ ปีแบบสมัยก่อน จนเมื่อไม่นานมานี้ไปเดินคาร์ฟูร์ก็สังเกตเห็นมีดโกนหนวด BIC Easy Click เท่าที่ดูน่าจะเพิ่งเข้าไทยได้ไม่นาน เห็นแว๊บแรกจับ ๆ ถือ ๆ อ่านสรรพคุณเห็นว่าเป็นมีดโกนหนวดแบบเปลี่ยนใบมีดได้โดยใบมีดมี 3 ชั้น หัวใบมีดขยึก ๆ ได้เหมือนพวก Gillette ที่มาราคาแพง  ซึ่งพอเห็นราคาของ BIC Easy Click  หยิบใส่รถเข็นทันที เพราะราคาตัวด้ามพร้อมหัวใบมีด 1 อันราคา 50 บาทเอง ถือว่าราคาถูกมาก</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">นำกลับบ้านมาก็เร่งวันเร่งคืนให้หนวดยาวเร็ว ๆ เพราะจะได้ลองใช้ BIC Easy Click สักที (ฮา) จนในที่สุดก็ถึงวันที่ได้ใช้แล้ว เท่าที่ได้ใช้ก็มีข้อแตกต่างกับพวก Gillette &#8211; MACH 3 Turbo ตรงที่ตัวด้ามของ BIC Easy Click จะน้ำหนักค่อนข้างเบาเพราะเป็นพลาสติกทั้งด้าม การใช้โกนหนวดเท่าที่ได้ใช้ก็ปกติดีครับสะอาดเกลี้ยงใช้ได้ไม่ต้องซ้ำบ่อย แทบสารหล่อลื่นก็ใหญ่ดีไม่หลุดง่าย ๆ เหมือน Gillette บางรุ่นที่วางทิ่้งไว้โดนน้ำนิดหน่อยใจเสาะหลุดมาทั้งแผ่นแล้ว</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Helvetica;text-align: center;margin: 0px"><span style="letter-spacing: 0.0px"><img class="alignnone size-full wp-image-198" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_05.jpg" alt="shaver-bic-easy-click_05" width="450" height="320" /></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">สำหรับหัวใบมีดราคาไม่แพงครับ 4 อันราคาราว ๆ 60 บาท (บางห้างก็ 69 บาท) ซึ่งถ้าเทียบราคากับหัวใบมีด Gillette MACH 3, MACH 3 Turbo แล้วถูกกว่าหลายเท่าครับ เอาว่าใครยังมีความสุขกับ Gillette ก็ไม่เป็นไรครับ ส่วนใครหาทางเลือกอื่นนอกจาก Gillette ลองดู BIC ไว้เป็นตัวเลือกก็แล้วกัน</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"><!--more-->
<a href='http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/shaver-bic-easy-click_01/' title='shaver-bic-easy-click_01'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_01-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="shaver-bic-easy-click_01" title="shaver-bic-easy-click_01" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/shaver-bic-easy-click_02/' title='shaver-bic-easy-click_02'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="shaver-bic-easy-click_02" title="shaver-bic-easy-click_02" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/shaver-bic-easy-click_03/' title='shaver-bic-easy-click_03'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_03-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="shaver-bic-easy-click_03" title="shaver-bic-easy-click_03" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/shaver-bic-easy-click_04/' title='shaver-bic-easy-click_04'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="shaver-bic-easy-click_04" title="shaver-bic-easy-click_04" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/shaver-bic-easy-click_05/' title='shaver-bic-easy-click_05'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="shaver-bic-easy-click_05" title="shaver-bic-easy-click_05" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/shaver-bic-easy-click_06/' title='shaver-bic-easy-click_06'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/07/shaver-bic-easy-click_06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="shaver-bic-easy-click_06" title="shaver-bic-easy-click_06" /></a>
</p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/07/13/shaver-bic-easy-click/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษาอังกฤษ</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/04/30/english-with-thai-children/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/04/30/english-with-thai-children/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2010 21:56:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=187</guid>
		<description><![CDATA[คุยกับเพื่อนหลายคนแล้วว่าการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนไทยมันน่าจะรื้อระบบใหม่ทั้งหมด เพราะสอนแบบเดิม ๆ มาหลายสิบปีก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโตมาฟุดฟิดฟอไฟกันได้น้อยคนเหลือเกิน เรื่องของเรื่องที่ทำให้ต้องมาเขียนเรื่องนี้ก็เพราะนึกเอาเองว่าทีภาษาไทยก็พูดได้ถูกหลักไวยกรณ์เองแบบอัตโนมัติแล้วทำไมภาษาอังกฤษต้องสอนแกรมม่า เท้นส์บ้าบอ 12 เท้นส์ก่อนสอนพูดด้วย ทำไมไม่สอนให้พูดได้พูดเป็นเหมือนเวลาพูดภาษาไทยก่อนก็ไม่รู้ คิดดูดี ๆ ตอนเด็กพูดภาษาไทยเป็นคำ ๆ เอามาประติดประต่อกันเป็นประโยคได้ก่อนท่องก-ฮ แต่พอภาษาอังกฤษท่อง A-Z ต่อมาก็ท่องศัพท์ง่าย ๆ แล้วก็มาถึงช่วงท่องศัพท์วันละ 5 คำ ช่วงนี้แหล่ะที่เริ่มมีการสอนแกรมม่า ที่สุดท้่ายก็ยังไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้นอกจาก &#8220;แท้งกิ้ว ทีชเชอร์ แอนด์ ยู้&#8221; ทำให้เด็กยุคก่อนมันหลอน ๆ เวลาจะสปีกอังกฤษนะ คือแบบว่าเห้ย..ไอ้ที่จะพูดเนี่ยมันต้องใช้เท้นส์อะไร แล้วต้องเป็น Subject+ V ช่องไหนฟร่ะ (V 5 มดเอ็กซ์ได้มั้ย) + แล้วต้องเติม ed ด้วยเปล่าว่ะ งงครับงง เคยถามฝรั่งว่ามันจำเท้นส์ได้หมดมั้ย ฝรั่งตอบกลับมาว่าเท้นส์คืออาราย.. ไอไม่สนใจเพราะที่ไอสปีกมันก็ถูกหลักไวยกรณ์แบบอัตโนมัติอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เหมือนกับที่เราพูดภาษาไทยนี่แหล่ะ T^T ตอนนี้ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ ยุค iPhone ครองเมืองในระดับประถมเขายังต้องเรียนแกรมม่าเรียนเท้นส์กันก่อนเรียนพูดเหมือนผมรึเปล่า ถ้ายังเป็นแบบเดิมอยู่ก็คงเหมือนเดิมคือคนไทยยังพูดภาษาต่างประเทศกันได้น้อยแม้ว่าเราจะเรียนกันมาตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบก็ตาม ส่วนใครอยากพูดเป็นพูดได้ก็ต้องไปหาเรียนเพิ่มเติมเองตอนโต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">คุยกับเพื่อนหลายคนแล้วว่าการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนไทยมันน่าจะรื้อระบบใหม่ทั้งหมด เพราะสอนแบบเดิม ๆ มาหลายสิบปีก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโตมาฟุดฟิดฟอไฟกันได้น้อยคนเหลือเกิน<span id="more-187"></span></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">เรื่องของเรื่องที่ทำให้ต้องมาเขียนเรื่องนี้ก็เพราะนึกเอาเองว่าทีภาษาไทยก็พูดได้ถูกหลักไวยกรณ์เองแบบอัตโนมัติแล้วทำไมภาษาอังกฤษต้องสอนแกรมม่า เท้นส์บ้าบอ 12 เท้นส์ก่อนสอนพูดด้วย ทำไมไม่สอนให้พูดได้พูดเป็นเหมือนเวลาพูดภาษาไทยก่อนก็ไม่รู้</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">คิดดูดี ๆ ตอนเด็กพูดภาษาไทยเป็นคำ ๆ เอามาประติดประต่อกันเป็นประโยคได้ก่อนท่องก-ฮ แต่พอภาษาอังกฤษท่อง A-Z ต่อมาก็ท่องศัพท์ง่าย ๆ แล้วก็มาถึงช่วงท่องศัพท์วันละ 5 คำ ช่วงนี้แหล่ะที่เริ่มมีการสอนแกรมม่า ที่สุดท้่ายก็ยังไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้นอกจาก &#8220;แท้งกิ้ว ทีชเชอร์ แอนด์ ยู้&#8221; ทำให้เด็กยุคก่อนมันหลอน ๆ เวลาจะสปีกอังกฤษนะ คือแบบว่าเห้ย..ไอ้ที่จะพูดเนี่ยมันต้องใช้เท้นส์อะไร แล้วต้องเป็น Subject+ V ช่องไหนฟร่ะ (V 5 มดเอ็กซ์ได้มั้ย) + แล้วต้องเติม ed ด้วยเปล่าว่ะ งงครับงง เคยถามฝรั่งว่ามันจำเท้นส์ได้หมดมั้ย ฝรั่งตอบกลับมาว่าเท้นส์คืออาราย.. ไอไม่สนใจเพราะที่ไอสปีกมันก็ถูกหลักไวยกรณ์แบบอัตโนมัติอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เหมือนกับที่เราพูดภาษาไทยนี่แหล่ะ T^T<br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">ตอนนี้ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ ยุค iPhone ครองเมืองในระดับประถมเขายังต้องเรียนแกรมม่าเรียนเท้นส์กันก่อนเรียนพูดเหมือนผมรึเปล่า ถ้ายังเป็นแบบเดิมอยู่ก็คงเหมือนเดิมคือคนไทยยังพูดภาษาต่างประเทศกันได้น้อยแม้ว่าเราจะเรียนกันมาตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบก็ตาม ส่วนใครอยากพูดเป็นพูดได้ก็ต้องไปหาเรียนเพิ่มเติมเองตอนโต ๆ มาแล้วนั้นแหล่ะ สรุปแล้วคือโรงเรียนไทยควรฝึกให้เด็กพูดได้ก่อนเรียนเท้นส์ครับ<br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="letter-spacing: 0.0px">แต่ที่แน่ ๆ ถ้ามีการจัดแข่งท่องศัพท์วันละ 5 คำชิงแชมป์โลกผมเชื่อว่าเด็กไทยได้อันดับ 1 แน่ ๆ ครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/04/30/english-with-thai-children/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จีบหญิง</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/04/30/how-to-date-a-girl/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/04/30/how-to-date-a-girl/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2010 21:15:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[จีบหญิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=184</guid>
		<description><![CDATA[เห็นผู้ชายหลายคนบ่นเรื่องไม่มีแฟนกันเยอะจนบางคนฝืนใจพูดว่าไม่มีแฟนก็ไม่เป็นไร(โว้ย) แต่พอเจอตัวเป็น ๆ ก็อยากมีแฟนกันทั้งนั้น คุยไปคุยมาก็เลยขอสรุปไว้ในนี้หน่อยก็แล้วกันอย่างน้อยเผื่อใครมาอ่านเจอจะได้รู้ว่าควรไม่ควรตัวยังไงกันบ้าง ผมไม่ใช่คนจีบสาวเก่งขนาดเพื่อน ๆ เรียกคาสโนว่าหรอกครับ ติดบ้างไม่ติดบ้างก็ว่ากันไปจำได้ว่าสาวคนแรกที่ผมให้ของขวัญน่าจะประมาณ ป.2 หรือ ป.3 นี่แหล่ะ (ยังจำได้อยู่เลยว่าสาวชื่ออะไร) จนถึงปัจจุบันแฟนไม่มีครับมีแต่เพื่อน เพราะเบื่อคำว่าแฟนแล้ว (ข้ออ้างชัดๆ) ก็เลยขอรวบรวมวิชาความรู้ที่ได้สะสมมาบอกเล่ากันสักนิดเผื่อหนุ่ม ๆ ท่านใดหลงเข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าดีแล้วนำไปปรับใช้ได้ก็ขอยินดีด้วยครับ ป.ล.1 ใครมีแฟนหรือมีคนที่อยู่ด้วยอยู่แล้วไม่ต้องอ่านหรอกครับเสียเวลา 1 แฟนเก่า &#8211; ผมเห็นหลายคนชอบเพ้อถึงผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่า, หญิงในฝัน หรือแสดงอาการ, คำพูด ที่สื่อออกมาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ขอบอกว่าอย่าพยายามแสดงออกมาหรือเรียกร้องความสนใจเลยครับ ผู้หญิงมองเขาก็ได้แต่มองว่าคุณเนี่ยจะดูแแลเขาได้ไงในเมื่อยังเพ้อเจ้อถึงแฟนเก่าที่เลิกกันไปนานนับปีแล้ว ถ้าจีบหญิงแล้วมีการคุยเรื่องพวกนี้ก็ขอให้เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงกันหน่อย ไม่ใช่ว่าเอะอะก็เรียกคะแนนสงสารลูกเดียว คุยไปก็ต้องดูด้วยว่าผู้หญิงเค้าอยากฟังด้วยรึเปล่า 2 มุกแป๊ก &#8211; เพื่อนรอบตัวรวมทั้งคนรู้จักเห็นหลายคนแล้วครับ มุกแป๊ก แบบว่าฝืดสนิทชนิดที่ไม่รู้ตัวเองเลยด้วยซ้ำ มุกหมาหยอกไก่เอาท์นานแล้วครับอย่าไปหยอกผู้หญิงให้เสียเวลา เดี๋ยวนี้มันยุคอินเตอร์เน็ตว่ากันตรง ๆ ไม่ต้องไปอ้อมค้อม พวกเล่นมุกฝืดมุกแป๊กทุก 30 นาทีเวลาคุยกันเนี่ยขอให้รู้ตัวไว้เลยว่าเป็นตัวทำให้เพื่อนเบื่อ เพื่อนเบื่อหญิงก็เบื่อเช่นกันครับ ฉะนั้นถ้าจะเล่นมุกแบบว่าจำมาจากใน Facebook, Twitter, Email ขอให้จำมาแบบเนียน ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">เห็นผู้ชายหลายคนบ่นเรื่องไม่มีแฟนกันเยอะจนบางคนฝืนใจพูดว่าไม่มีแฟนก็ไม่เป็นไร(โว้ย) แต่พอเจอตัวเป็น ๆ ก็อยากมีแฟนกันทั้งนั้น คุยไปคุยมาก็เลยขอสรุปไว้ในนี้หน่อยก็แล้วกันอย่างน้อยเผื่อใครมาอ่านเจอจะได้รู้ว่าควรไม่ควรตัวยังไงกันบ้าง<span id="more-184"></span><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">ผมไม่ใช่คนจีบสาวเก่งขนาดเพื่อน ๆ เรียกคาสโนว่าหรอกครับ ติดบ้างไม่ติดบ้างก็ว่ากันไปจำได้ว่าสาวคนแรกที่ผมให้ของขวัญน่าจะประมาณ ป.2 หรือ ป.3 นี่แหล่ะ (ยังจำได้อยู่เลยว่าสาวชื่ออะไร) จนถึงปัจจุบันแฟนไม่มีครับมีแต่เพื่อน เพราะเบื่อคำว่าแฟนแล้ว (ข้ออ้างชัดๆ) ก็เลยขอรวบรวมวิชาความรู้ที่ได้สะสมมาบอกเล่ากันสักนิดเผื่อหนุ่ม ๆ ท่านใดหลงเข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าดีแล้วนำไปปรับใช้ได้ก็ขอยินดีด้วยครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">ป.ล.1 ใครมีแฟนหรือมีคนที่อยู่ด้วยอยู่แล้วไม่ต้องอ่านหรอกครับเสียเวลา <img src='http://blog.siampod.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">1 แฟนเก่า &#8211; ผมเห็นหลายคนชอบเพ้อถึงผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่า, หญิงในฝัน หรือแสดงอาการ, คำพูด ที่สื่อออกมาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ขอบอกว่าอย่าพยายามแสดงออกมาหรือเรียกร้องความสนใจเลยครับ ผู้หญิงมองเขาก็ได้แต่มองว่าคุณเนี่ยจะดูแแลเขาได้ไงในเมื่อยังเพ้อเจ้อถึงแฟนเก่าที่เลิกกันไปนานนับปีแล้ว ถ้าจีบหญิงแล้วมีการคุยเรื่องพวกนี้ก็ขอให้เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงกันหน่อย ไม่ใช่ว่าเอะอะก็เรียกคะแนนสงสารลูกเดียว คุยไปก็ต้องดูด้วยว่าผู้หญิงเค้าอยากฟังด้วยรึเปล่า</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">2 มุกแป๊ก &#8211; เพื่อนรอบตัวรวมทั้งคนรู้จักเห็นหลายคนแล้วครับ มุกแป๊ก แบบว่าฝืดสนิทชนิดที่ไม่รู้ตัวเองเลยด้วยซ้ำ มุกหมาหยอกไก่เอาท์นานแล้วครับอย่าไปหยอกผู้หญิงให้เสียเวลา เดี๋ยวนี้มันยุคอินเตอร์เน็ตว่ากันตรง ๆ ไม่ต้องไปอ้อมค้อม พวกเล่นมุกฝืดมุกแป๊กทุก 30 นาทีเวลาคุยกันเนี่ยขอให้รู้ตัวไว้เลยว่าเป็นตัวทำให้เพื่อนเบื่อ เพื่อนเบื่อหญิงก็เบื่อเช่นกันครับ ฉะนั้นถ้าจะเล่นมุกแบบว่าจำมาจากใน Facebook, Twitter, Email ขอให้จำมาแบบเนียน ๆ หน่อย อย่าลืมว่าสาว ๆ เค้าก็เล่นพวกนี้เหมือนกัน </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">3 การแต่งตัว &#8211; พวกที่บอกว่าก็ฉันเป็นแบบนี้ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ก็ขอให้ไปสู่สุขคติกันไว ๆ ก็แล้วกัน เสื้อผ้า หน้า ผม กางเกง รองเท้า สำคัญนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเจอกันแบบเพื่อนหรือจะไปเดท อย่างน้อยก็ทำให้ผู้หญิงทราบได้ว่าเราเป็นคนยังไง ไอ้ประเภทเสื้อแถมมาจากงานแฟร์ต่าง ๆ กางเกงยีนขากระบอกใหญ่ รองเท้าผ้าใบส้นหนา ๆ ถามหน่อยเหอะผู้หญิงที่ไหนเขาจะแล ที่เรา ๆ ยังอยากได้แฟนแต่งตัวดีน่ารัก แล้วทำไมผู้หญิงจะไม่อยากได้แฟนแต่งตัวดีล่ะครับ ถ้าจะใส่เสื้อยืดก็ขอให้ดูดีหน่อย เสื้อคอโปโลก็ใส่แบบพอดีตัวหน่อยก็ดี กางเกงใส่ขายาวมาทั้งชีวิตก็เปลี่ยนเป็นขาสั้น 3 ส่วน 4 ส่วนบ้างก็ได้ แต่ก็เลือกให้เหมาะหน่อยก็แล้วกัน ส่วนรองเท้าผ้าใบไม่ว่ากันแต่ขอให้มีหลายคู่หน่อยไม่ใช่เอะอะก็คู่เดิมซ้ำตลอด </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">4 มารยาท &#8211; มาเขียนเรื่องนี้ในยุค iPhone กับ BB สงสัยจะกระทบชิ่งกันทั้งหญิงทั้งชายนะ เริ่มกันที่เรื่องการเดินก็อย่าเดินแกว่งไข่กันมากนักหุบ ๆ ขากันไว้ซะหน่อยไม่เสียหายอะไร อกผายไหล่ผึงยังใช้ได้เสมอ ประเภทเดินหลังงอ ๆ ตัวห่อ ๆ ก็ปรับกันหน่อย การพูดจาจะเอะอะโวยวายประมาณไหนอันนี้คงต้องดูปฏิกริยาจากสาวๆด้วยว่ารับได้แค่ไหน แต่เรื่องสำคัญที่สุดเรียกว่าเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายเท่าที่นึกออกตอนนี้ก็คงเป็นมารยาทบนโต๊ะอาหารที่หลายคนลืมไปแล้ว เช่น อย่าเคี้ยวเสียงดัง อย่าเห็นเป็นเรื่องตลกนะจ๊ะ ประสบการณ์ตรงเคยเจอสาวเคี้ยวเสียงดัง(มาก)ผมเองก็ขอบ๊ายๆ เลยเหมือนกัน จากนั้นก็เป็นเรื่องโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะอาหารจะ iPhone จะ BB ก็ไม่ต้องยกมาแชทบนโต๊ะอาหารบ่อยนักหรอกยั้งได้ก็ยั้งไว้หน่อย บางทีสาว ๆ เขาไม่เข้าใจหรอกว่าเราจะหยิบโทรศัพท์มาดูบ่อยอะไรนักหนา</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">5 ให้เกียรติคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนเสมอ &#8211; ถ้าคุณอยากจะเป็นคาสโนว่าต้องจำข้อนี้ให้ขึ้นใจครับ เพราะแม้คุณกำลังคั่วหญิงอยู่ 5 คนพร้อมกัน แต่คนที่อยู่ด้วยตรงหน้าคือคนที่สำคัญที่สุดครับ เช่นน้องเปิ้ลโทรหาเวลาไปออกเดทกับน้องฟ้าก็ไม่ต้องแสดงออกนักก็ได้ว่าน้องเปิ้ลโทรมาหา ไม่รับสายได้ดีที่สุด หรือถ้ารับก็คุยให้สั้นที่สุด ให้ความสำคัญกับน้องฟ้าเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ ในทางกลับกันเวลาคุณไปอยู่กับคนอื่นก็เช่นกันเดียวกันครับ คือให้เกียรติคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนเสมอ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">เอาแค่ 5 ข้อนี้ก่อนแล้วกันไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นสอนจระเข้ว่ายน้ำไปซะเปล่าๆ  ^_^</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px"> </span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">ขอให้โชคดีจีบสาวติดกันถ้วนหน้าทุกคนครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">ป.ล.2 ทุกข้อที่กล่าวมาเมื่อเป็นแฟนกันแล้วคุณจะซกมก ตดเหม็น กลิ้งแทนเดิน ถ้าแฟนคุณรับได้ก็ไม่มีใครว่าครับ</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Helvetica"><span style="letter-spacing: 0.0px">เพิ่มเติม : เรื่องอื่น ๆ อย่างเรื่องตั้งชื่อเล่นให้สาว ๆ ก็ดูสักหน่อยว่าเรียกไปหน่ะเหมือนชื่อหมารึเปล่า ถ้าเหมือนก็เปลี่ยนซะหน่อยนึง, เรื่องจำวันเกิดวันครบรอบต่างๆ เรื่องพวกนี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ต้องท่องและจำให้ขึ้นใจ ถ้าเป็นสมัยก่อนใช่ครับ แต่สมัยนี้โทรศัพท์สมัยใหม่จดบันทึกสั้น ๆ ได้หมดแล้วฉะนั้นจดครับจดจะได้ไม่ลืมที่สำคัญคือไม่จำสลับคนด้วย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/04/30/how-to-date-a-girl/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กยุค 90&#039;s (ตอนที่ 1)</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/03/29/90-s-generation-1/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/03/29/90-s-generation-1/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Mar 2010 19:04:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=168</guid>
		<description><![CDATA[อยู่ดี ๆ ก็ได้คุยกับเพื่อน ๆ ใน twitter 2 คน (@PHz กับ @padan34) ถึงเรื่องวัยเด็กในยุค 90’s ยิ่งคุยยิ่งคิดถึงเลยต้องมาเขียนไว้สักหน่อย จริง ๆ เร่ิมจากนึกถึงรองเท้า Dr.Marten’s ก็เลยถามราคากับ @padan34 ว่าที่อังกฤษราคาเท่าไหร่ เพราะที่ไทยตอนนี้คู่นึก 6-7 พันบาทแล้ว คุยกันไปคุยกันมาเรื่องรองเท้าแล้วก็มาเรื่องการแต่งตัวสมัยก่อนที่ใส่ Dr.Marten’s ก็มีคุณ @PHz เข้ามาแจมหลังจากนั้นก็ยาว…มากๆ เรียกว่าเป็นการคุยใน twitter เรื่องเดียวที่ยาวที่สุดเลยก็ว่าได้ เริ่มจากสมัย ม.ต้น ไปดูคอนเสิร์ต MC Hammer จำได้ว่าวันที่ไปดูคือกลับจากโรงเรียนแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วดิ่งไปที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมากทันที ไปคนเดียวมองซ้ายมองขวาเห็นคนมุงเยอะ ๆ ยืนรอซื้อตั๋วก็ไปต่อคิวจำได้ว่าราคาบัตร 300 บาท ร้องเพลง MC Hammer ได้อยู่ 2 เพลงที่เหลือไปเต้นเย้วๆๆ ในคอนเสิร์ตอย่างเดียว การแต่งตัวช่วงนั้นเสื้อเชิตพลิ้วๆ กางเกงผ้าหางกระรอกพลิ้วๆ นอกจาก MC [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">อยู่ดี<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ก็ได้คุยกับเพื่อน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ใน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> twitter 2 </span>คน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (@PHz </span>กับ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> @padan34) </span>ถึงเรื่องวัยเด็กในยุค<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 90’s </span>ยิ่งคุยยิ่งคิดถึงเลยต้องมาเขียนไว้สักหน่อย<span id="more-168"></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">จริง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เร่ิมจากนึกถึงรองเท้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>ก็เลยถามราคากับ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> @padan34 </span>ว่าที่อังกฤษราคาเท่าไหร่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เพราะที่ไทยตอนนี้คู่นึก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 6-7 </span>พันบาทแล้ว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>คุยกันไปคุยกันมาเรื่องรองเท้าแล้วก็มาเรื่องการแต่งตัวสมัยก่อนที่ใส่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>ก็มีคุณ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> @PHz </span>เข้ามาแจมหลังจากนั้นก็ยาว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">…</span>มากๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เรียกว่าเป็นการคุยใน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> twitter </span>เรื่องเดียวที่ยาวที่สุดเลยก็ว่าได้</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">เริ่มจากสมัย<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ต้น<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ไปดูคอนเสิร์ต<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> MC Hammer </span>จำได้ว่าวันที่ไปดูคือกลับจากโรงเรียนแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วดิ่งไปที่อินดอร์สเตเดี้ยม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>หัวหมากทันที<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ไปคนเดียวมองซ้ายมองขวาเห็นคนมุงเยอะ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ยืนรอซื้อตั๋วก็ไปต่อคิวจำได้ว่าราคาบัตร<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 300 </span>บาท<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ร้องเพลง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> MC Hammer </span>ได้อยู่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 2 </span>เพลงที่เหลือไปเต้นเย้วๆๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ในคอนเสิร์ตอย่างเดียว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>การแต่งตัวช่วงนั้นเสื้อเชิตพลิ้วๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>กางเกงผ้าหางกระรอกพลิ้วๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>นอกจาก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> MC Hammer </span>ช่วงนั้น<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Michael Jackson </span>เร่ิมมาล่ะ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>แต่ยังไม่แนวเท่า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> MC Hammer </span>ในตอนนั้น</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">พอเร่ิม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ปลาย<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ช่วงนี้เป็นอะไรที่สนุกมากช่วงปลายของกางเกงผ้าหางกระรอกเพลง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Ice Ice Baby (Vanilla Ice) </span>กำลังแรงทีเดียว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ฝึกเต้นเพลงนี้กับเพื่อน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>จนเต้นพอได้บ้าง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>ตอนนี้ก็จำสเต็ปง่ายๆได้อยู่นะ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>พอหมดจากยุคใส่กางเกงผ้าหางกระรอกก็กลายเป็นกางเกงยีนส์ขาใหญ่ฮิปฮอป<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ใครใส่แล้วปลายขาขาดยิ่งเท่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ช่วงนี้นักร้องที่ฮิต<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เป็นเด็กแนว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 2 </span>คน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> “Kriss Kross” </span>มาสร้างกระแสใส่กางเกงกลับหน้ากลับหลัง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>พร้อมด้วยเสื้อเบสบอล<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> …</span>ซื้อครับซื้อเก็บตังค์อยู่พักนึงไปถอยเสื้อเบสบอลตัวละเกือบ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 2 </span>พันมาใส่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">…</span>เท่มาก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>นอกจากเสื้อเบสบอลก็มีเสื้อทีมบาสในเอ็นบีเอ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>หมวกทีมเบสบอลทั้งของแท้ของเทียมเรียกว่าไปเดินมาบุญครอง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">, </span>สยาม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ช่วงเวลานั้นเด็กผู้ชายใส่กางเกงกลับด้านกันเป็นแถว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>แล้วก็เป็นจังหวะที่รองเท้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>กับ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Underground </span>เริ่มมาแล้วครับ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ถ้าแต่งชุดเต็มยศก็จะเป็นเสื้อเบสบอล<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">-</span>กางเกงขาใหญ่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">-</span>รองเท้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>หรือถ้าอีกแนวที่เห็นคนอื่นใส่ก็จะเป็นเสื้อเชิตพอดีตัว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">-</span>ขาเดฟรัดไข่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">-</span>รองเท้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Underground</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">เรื่องรองเท้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>นี่เล่ากันยาวอีกเหมือนกันเพราะคู่แรกที่ซื้อเป็นสีเชอรี่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ใครใส่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>ต้องห้อยกระดิ่งไม่เล็กไม่ใหญ่ไว้ที่รองเท้าด้วยเดินออกจากบ้านทีหมาเห่ากันเป็นแถว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>ฮา<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>หลัง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>มาซื้อ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>อีกคู่เป็นสีดำคู่นี้จำได้ว่าซื้อในร้าน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> FootWork </span>เพราะในมาบุญครองไม่มีไซส์เราแล้ว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>เบอร์<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 9) </span>ก็เลยซื้อแพงกว่าชาวบ้านชาวช่องเค้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>แต่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>ของเราก็จะเท่กว่าคนอื่นหน่อยนึงตรงที่มีเข็มขัดเล็ก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>คาดที่รองเท้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ใส่แบบว่าโคตรจะถนอม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เช้าก่อนออกก็ขัดซะ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">..</span>เอี่ยม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ตกเย็นเข้าบ้านก็ต้องเช็ด<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">..</span>ให้ดูใหม่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ส่วนตอนเรียน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ร<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ด<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">. </span>มีเพื่อนเปรี้ยวใส่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>ไปเรียน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>โดนจับไปลงบ่อบัวที่ราบ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 11 (</span>บางเขน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>พอขึ้นมารองเท้ามีแต่โคลน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> …</span>นึกแล้วยังขำไม่หาย</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ส่วน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Underground </span>เป็นรองเท้าที่ชอบแต่ตอนนั้นราคาแพงกว่า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Dr.Marten’s </span>อยู่นิดหน่อยเลยไม่ได้ซื้อกับเค้าสักคู่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>จำได้ว่าหน้ารองเท้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Underground </span>มีทั้งเป็นลายเหมือนบนตัววัว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>พื้นขาวแต้มดำ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) , </span>ลายม้่าลาย<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">, </span>ลายเสือดาว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>ม่วงจุดดำ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>ความแปลกของ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Underground </span>คือส้นรองเท้าจะหนามากคือใส่แล้วตัวจะสูงปรี๊ดขึ้นมาทันที</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">นอกจากเรื่องเสื้อผ้าใส่เที่ยวแล้ว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ถ้าเป็นชุดนักเรียกในช่วง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ปลาย<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ก็ต้องเสื้อขาวตัวใหญ่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ประมาณว่าปกติใส่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> M </span>ก็หนีไปใส่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> L </span>หรือ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> XL </span>เสื้อต้องไปหาซื้อที่จตุจักรตัวละ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 100-150 </span>บาทสีขาวก็จะไม่ขาวจะหม่น<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>หน่อย<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ส่วนกางเกงนักเรียนก็ต้องแบบธรรมดาไม่ได้เลยต้อง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> “</span>สั่งตัด<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">” </span>ผ้าเวสปอยต์<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>เรียกงี้เปล่าหว่า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>ส่วนซิปกางเกงเชยแหลก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ต้องเป็นกระดุมเท่านั้น<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ถ้าให้เท่ยิ่งขึ้นต้องเป็นกระดุมเงิน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Levi’s 501</span>ส่วนถุงเท้าก็ต้องถุงเท้าฟุตบอลหรือครึ่งแข้งสีขาวแล้วรูดลงไปกอง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>กับตาตุ่ม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>รองเท้าเป็นอื่นไม่ได้นอกจากนันยางเวลาใส่ให้แนวต้องแบบว่าใส่แบบเหยีบส้นด้วย<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ซึ่งรองเท้าก็จะขาดตรงส้นแล้วก็จะมาขาดตรงนิ้วก้อย<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ใส่กันคู่นึงก็ปีนึง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เรื่องซักรองเท้าลืมไปได้เลยไม่เคยซักเลยนอกจากแม่บ่นให้เอารองเท้าไปซักก็ถึงซัก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>แฟชั่นในโรงเรียนตอนนั้นนอกจากเสื้อตัวหลวมๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ใหญ่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>กางเกงสั่งตัด<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ถุงเท้ากอง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>นันยางเหยียบส้นแล้ว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ยังมีกระเป๋านักเรียนจาค๊อบส์<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ปากกาซานริโอ้<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ถุงผ้าพูม่า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ถุงผ้าซานริโอ้<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>หนังสือพิมพ์ซอคเก้อร์<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ฯลฯ</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ซึ่งถ้าว่ากันเฉพาะเรื่องซาริโอ้<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (Sanrio) </span>ก็ช่วงม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.5-</span>ม<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.6 </span>แล้วก็ยังลามมาถึงช่วงมหาลัยด้วยนั้น<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เรื่องของเรื่องเริ่มจากผู้หญิงในห้องที่เรียนด้วยกันมีปากกาเคโระ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (Keroppi) </span>ก็เลยเอาบ้างไปสยามซื้อปากกาเคโระสีน้ำเงิน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>แท่งละ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 25 </span>บาท<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>ต่อมาพอเคโระเริ่มเกลื่อนก็เปลี่ยนเป็นปากกาทาโบะ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (Minna No Tabo) </span>ที่นี้ซื้อมันเกือบทุกสีเลยน้ำเงิน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">, </span>แดง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">, </span>เขียว<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">, </span>ม่วง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">, </span>แท่งละ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 25 </span>บาท<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>กลายเป็นว่าผู้ชายในห้องหลายคนใช้ปากกาซานริโอ้แล้วพวกผู้หญิงก็จะมียืมไปใช้ต่ออีกที<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>การใช้ปากการาคาแพงสำหรับผมในสมัยนั้นคือทำให้เรารักษาของคือใช้แท่งละ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 3 </span>บาท<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 5 </span>บาทหายก็ช่าง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>แต่พอเป็นปากกาซานริโอ้ใช้แล้วต้องรักษายิ่งชีพ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>น่าจะเป็นปากกาที่ใช้หมดแท่งถึงไปซื้อใหม่ก็ว่าได้<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>แต่หลัง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ปากกาซานริโอ้เริ่มแพง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (40-50 </span>บาท<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>ก็เลยช่างมันเหอะ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>แพงเกิ้น<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">… </span>นอกจากปากกาแล้วยังมีถุงผ้าพูม่า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">/</span>ถุงผ้าซานริโอ้อีกอย่างที่ฮิตระเบิด<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>พวกถุงผ้าหูรูดของแต่ละโรงเรียนก็มีแรงบันดาลใจจากถุงผ้าพูม่า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">/</span>ถุงผ้าซานริโอ้นี่แหล่ะ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>ถือไปโรงเรียนก็ต้องแอบ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เพราะเดี๋ยวโดนยึด<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>มีอยู่สองใบก็วน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>กันถือ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ส่วนกระเป๋านักเรียนไม่ถือเพราะใส่หนังสือไปในถุงผ้าแทน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ส่วนผู้หญิงก็จะนิยมกระเป๋าจาค็อบส์<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ซึ่งวางไว้ที่ไหนนาน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ๆ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ไม่ได้เพราะหายทันที</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ด้านเสียงเพลงคนแรกที่นึกถึงเลยก็ต้อง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Michael Jackson </span>ตอนมีคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยไปยืนจองตั๋วกับเพื่อนบัตร<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 2,000 </span>บาท<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> (</span>การ์ดสีเงิน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">) </span>โดดเรียนไปดูคอนเสิร์ต<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ไปกันตั้งแต่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 4 </span>โมงเย็นเข้านั่งในสนามร้อนก็ร้อนแต่ก็นั่งสลับกับเพื่อนวิ่งไปซื้อน้ำซื้อข้าวมากินระหว่างรอ<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>พอสักสองทุ่มพี่<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Michael Jackson </span>ก็มาแล้วจำได้ว่าเพลงแรก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Jam </span>เต้นไปร้องไปมันมาก<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>ส่วนนักร้องผู้หญิงก็ขาดไม่ได้เลยเจ๊<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> Madonna </span>ไม่รู้ทำไมถึงฟังเหมือนกัน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>พอโตมาก็ยังติดตามผลงานของเจ๊แกมาเรื่อยถึงปัจจุบัน</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ยิ่งคุยยิ่งเขียนยิ่งคิดถึง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> 90’s</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi"><span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"><br />
</span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ป<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ล<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ที่หนึ่ง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เอาเท่านี้ก่อนเพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่เล่าไปตอนนี้สงสัยจะเขียนถึงเช้า<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เช่นเรื่องที่เที่ยวกลางคืนของเด็กยุคนู้น<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>อันนี้คงอีกยาวเดี่ยวค่อยมาเล่าต่อก็แล้วกัน</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ป<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ล<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'">.</span>ที่สอง<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เดี๋ยวค่อยมาใส่รูปใส่ลิงค์ทีหลังแล้วกัน<span style="font: 12.0px 'Lucida Grande'"> </span>เพราะพวกรูปปากกาซานริโอ้ยุคแรกในเน็ตหามีไม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/03/29/90-s-generation-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>GF1 และ iPad</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/03/24/panasonic-gf1-and-ipad/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/03/24/panasonic-gf1-and-ipad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Mar 2010 21:17:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[GF1]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[Panasonic]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=157</guid>
		<description><![CDATA[สองอย่างนี้มันมาช่วงเดียวกันเลยครับ ใครจะไปหาเงินซื้อทันล่ะครับเพ่&#8230; เอาเรื่องกล้องก่อนแล้วกัน จากคราวก่อนที่บอกว่าฝันถึง สรุปว่าที่บ่น ๆ ไปผมได้พานา GF1 มาแล้วครับ ซึ่งวันที่ซื้อก็ยังมีเรื่องขำ ๆ ปนฮาไว้เป็นอนุสรณ์อีกด้วย โดยเริ่มมาตอนเช้าก็เอาแน่แล้วว่าจะซื้อ GF1 นี่แหล่ะ แต่เห็นราคาเครื่องศูนย์แบบเต็ม ๆ แล้วทำใจซื้อไม่ได้ (38,000 บาท) แม้จะมีบางร้านที่ลดราคาเหลือ 35,000 บาทก็ยังคิดว่าแพงอยู่ดี สุดท้ายช่วงเช้าวันนั้นก็ได้แต่ตามดูราคาเครื่องหิ้ว โดยในเว็บเท่าที่เห็นก็ลงราคาไว้ราว ๆ 29,000 บาท แถมบางเว็บสามารถเลือกตัวบอดี้สีขาวได้ด้วย (บอดี้ขาวใส่เลนส์สีดำหล่อมาก) เอาเข้าจริงโทรไปร้านพวกนี้บอกว่า &#8220;ต้องสั่งจอง&#8221; (แล้วเมิงจะบอกในเว็บทำไมว่ามีของ &#8230;แสรด โดยไอ้การสั่งจองต้องเข้าไปที่ร้านเพื่อวางเงินจอง 20-30 % ของราคาเครื่อง เจอตอบมาแบบนี้ใครจะไปเชื่อใจฟร่ะ และบ้างร้านมีของแต่ราคาก็ใกล้ ๆ กับเครื่องศูนย์ (ราว ๆ 32,000 บาท) เจอราคาแบบนี้ใครจะซื้อ หลังจากเซ็งกับเครื่องหิ้วไปแล้วก็เลยเปลี่ยนแผนมาดูเครื่อง &#8220;มือสอง&#8221; ก็ตามดูทุกเว็บ ซึ่งผมเชื่อว่าในจักรวาลประเทศไทยวันนั้นผมตามดูครบทุกเว็บที่ลงขายเจ้า GF1 ซึ่งพอสรุปได้คร่าว ๆ ว่าช่วงนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สองอย่างนี้มันมาช่วงเดียวกันเลยครับ ใครจะไปหาเงินซื้อทันล่ะครับเพ่&#8230;</p>
<p><span id="more-157"></span></p>
<p>เอาเรื่องกล้องก่อนแล้วกัน จากคราวก่อนที่บอกว่าฝันถึง สรุปว่าที่บ่น ๆ ไปผมได้พานา GF1 มาแล้วครับ ซึ่งวันที่ซื้อก็ยังมีเรื่องขำ ๆ ปนฮาไว้เป็นอนุสรณ์อีกด้วย โดยเริ่มมาตอนเช้าก็เอาแน่แล้วว่าจะซื้อ GF1 นี่แหล่ะ แต่เห็นราคาเครื่องศูนย์แบบเต็ม ๆ แล้วทำใจซื้อไม่ได้ (38,000 บาท) แม้จะมีบางร้านที่ลดราคาเหลือ 35,000 บาทก็ยังคิดว่าแพงอยู่ดี สุดท้ายช่วงเช้าวันนั้นก็ได้แต่ตามดูราคาเครื่องหิ้ว โดยในเว็บเท่าที่เห็นก็ลงราคาไว้ราว ๆ 29,000 บาท แถมบางเว็บสามารถเลือกตัวบอดี้สีขาวได้ด้วย (บอดี้ขาวใส่เลนส์สีดำหล่อมาก) เอาเข้าจริงโทรไปร้านพวกนี้บอกว่า &#8220;ต้องสั่งจอง&#8221; (แล้วเมิงจะบอกในเว็บทำไมว่ามีของ &#8230;แสรด โดยไอ้การสั่งจองต้องเข้าไปที่ร้านเพื่อวางเงินจอง 20-30 % ของราคาเครื่อง เจอตอบมาแบบนี้ใครจะไปเชื่อใจฟร่ะ และบ้างร้านมีของแต่ราคาก็ใกล้ ๆ กับเครื่องศูนย์ (ราว ๆ 32,000 บาท) เจอราคาแบบนี้ใครจะซื้อ</p>
<p>หลังจากเซ็งกับเครื่องหิ้วไปแล้วก็เลยเปลี่ยนแผนมาดูเครื่อง &#8220;มือสอง&#8221; ก็ตามดูทุกเว็บ ซึ่งผมเชื่อว่าในจักรวาลประเทศไทยวันนั้นผมตามดูครบทุกเว็บที่ลงขายเจ้า GF1 ซึ่งพอสรุปได้คร่าว ๆ ว่าช่วงนี้ (มี.ค. 53) คนปล่อยน้อยครับ ส่วนใหญ่จะปล่อยกันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เท่าที่มีคนปล่อยออกมาก็จะปล่อยแต่ตัวบอดี้ ซึ่งผมอยากได้ทั้งเครื่องทั้งเลนส์ก็เลยมองข้าม ๆ ไป เพราะราคาบอดี้อยากเดียวมือสองก็ยังอยู่ในช่วง 21,000 &#8211; 22.000 บาท เรียกว่าแพงเหมือนกัน พอหาของไม่ได้อย่างใจก็มีแอบไปดูราคา EP-1 แต่ก็ไม่โดนอยู่ดี สุดท้ายคิดๆๆ หรือจะไปโดน Canon 550D ไปเลย ราคา GF1 เครื่องหิ้วซื้อ 550D + 18-55 เครื่องหิ้วได้พอดีเป๊ะ ๆ แต่ก็ไม่เอาอีกนั้นแหล่ะ เพราะใจไม่ขอบกล้องใหญ่</p>
<p>ก็เลยคิดหาวิธีใหม่เรื่อง GF1 ซึ่งก็เป็นที่มาของเรื่องขำ ๆ สำหรับผม คือมีคนปล่อยขายเฉพาะเลนส์ 14-45 mm ของศูนย์มีประกัน 2 ปีแยกมาชายอยู่เจ้านึงราคา 9,500 บาท ก็เลยรีบโทรไปถาม โดยผมตั้งใจว่าถ้าได้ราคาสัก 8,000 &#8211; 8,500 บาทก็คงดี คุยกันไปคุยกันมาจบที่ 8,500 บาทก็เลยกลายเป็นว่าวิ่งไปซื้อเลนส์ก่อนมีกล่องซะอีก &#8230;ตีงโป๊ะ พอได้ไปเจอคุณพี่คนขายก็ไม่แปลกใจที่ขายเจ้าเลนส์ตัวนี้แบบชิล ๆ เพราะคุณพี่แกซื้อ G1 มาแล้วในชุดเป็น 14-45 mm ตัวนี้ แต่ไม่คิดจะใช้เพราะอยากได้แค่บอดี้ G1 เพื่อเอาไปใส่กับสารพัดเลนส์มือหมุนของแกที่มีอยู่แล้ว แถมคุณพี่แกมีกล้องระดับเทพอย่าง Laica M9 และอีกสารพัด laica อีกหลายตัว ถามไถ่ว่าทำไมมีจุดแดงหลายตัวแกก็บอกว่าสมัยก่อนคนไทยยังไม่เห่อจุดแดงก็ปล่อยกันถูกก็เลยซื้อเก็บมาเรื่อย พอพวกฝรั่งเริ่มหาซื้อราคาเจ้าจุดแดงก็เลยพุ่งขึ้น ๆ ซึ่งก็เป็นจังหวะที่คนไทยเริ่มนิยมพอดี ซึ่งคุณพี่แกก็เพลา ๆ การซื้อลงไปบ้าง</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-162" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/panasonic-gf11.jpg" alt="panasonic-gf1" width="450" height="450" /></p>
<p style="text-align: center">
<p>ส่วนตัวบอดี้ GF1 บังเอิญว่าช่วงที่หา ๆ ราคาเครื่องหิ้วและมือสองได้เข้าไปในเว็บ avcamera.com เห็นมีเฉพาะบอดี้ของศูนย์ขายอยู่ด้วย 23,000 บาท และมีแบบชุดคิด GF1+ 20 mm (35,000 บาท) ซึ่งผมไม่อยากได้เลนส์ตัวนี้ก็เลยสอบถามไปว่ามีให้เทรดเลนส์กับ 14-45 mm มั้ยได้รับคำตอบมาว่าตัว 14-45 mm  ของหมด ซึ่งสุดท้ายก็ต้องหอบหิ้วตัวเองพร้อมเลนส์ที่ซื้อมาก่อนจะซื้อตัวกล้องไปที่ avcamera บางรักโน่นแหน่ะ ไปถึงร้านก็ไม่ได้อะไรมากก็บอก ๆ ไปว่าจะมาซื้อเฉพาะตัวบอดี้ของ GF1 ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ออกมาจากร้านแล้ว</p>
<p>สรุปว่าผมได้ GF1 ของศูนย์ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกไม่ได้มองเล้ย&#8230;.</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>ต่อกันที่เรื่อง iPad หลายคนบอกว่ามันคือ &#8220;Big iPod touch&#8221; ซึ่งผมว่ามันก็กึ่งนึงด้วยความที่เป็น iPhone OS เหมือน ๆ กัน แถมดูข้อมูลจากเว็บแอปเปิ้ลก็ไม่ค่อยมีอะไรทำให้รู้ว่าต้องซื้อ iPad ซึ่งนั้นเป็นความคิดของคนอื่น ซึ่งผมก็ในมุมของผมว่าจะสามารถนำ iPad มาใช้ทำอะไรได้บ้างก็ได้คำตอบแบบเข้าข้างตัวเองคือ</p>
<p><strong>- เอาไว้อ่านหนังสือ</strong></p>
<p>เรื่องหนังสือผมเป็นคนที่ซื้อเรื่อย ๆ ครับ ซื้อไม่บ่อยไม่เยอะ ปี ๆ นึงพวกพ็อกเก็ตบุ๊คก็สัก 7-10 เล่ม แต่ไอ้ของที่ซื้อตั้งแต่ปีที่แล้ว (2552) นับนิ้วดูถ้านับไม่ผิดอ่านจบเล่มไปแค่ 3 เล่มเอง บางเล่มซื้อมาไม่อ่านเพราะขี้เกียจถือไปไหนมาไหนติดตัวเพราะเรื่องน้ำหนักครับ ก็เลยคิดเอาเองว่าถ้ามี iPad จะช่วยเรื่องนี้ได้ ส่วนพวกนิตยสารก็หวังว่าพวกหัวดัง ๆ จะค่อย ๆ ทยอยออกมาในฉบับ iPad และที่สำคัญขอให้มีราคาถูกกว่าหน้าปกฉบับจริง หรือถ้าจะให้ดีเลยขอให้มีสมัครสมาชิกแบบรายปีในราคาถูกด้วยก็จะดีไม่น้อย &#8230;ฮา</p>
<p><strong>- เอาไว้ทำงาน</strong></p>
<p>เรื่องนี้คงแบ่งเป็นสองส่วนคือหนึ่งไว้ใช้กับงานที่เกี่ยวข้องในเว็บในส่วนของการีวิว เพราะเท่าที่ดูตามแต่ละเว็บยี่ห้ออุปกรณ์เสริมสำหรับ iPod/iPhone ทั้งหลาย ต่างก็บอกว่าจะทำนู้นนี่ของ iPad ออกมาแน่ ๆ แถมบางเว็บมี Mock Up ตัวเคสของ iPad กันแล้วด้วย เห็นแบบนี้แล้วคิดว่าไง ๆ ก็ต้องซื้อแล้วเพราะถ้ามีพวกเคสหรืออุปกรณ์เสริมอื่นของ iPad มาถึงมือ แต่ดันไม่มีตัวเครื่องก็งามไส้กันเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นไฟท์บังคับมาก ๆ สำหรับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องงานส่วนที่สองมาจากการคิดเอาเองว่าถ้ามี iPad แล้วจะรายงานข่าวนอกสถานที่คล่องตัวมากขึ้น เพราะแทนที่จะหอบหิ้ว MacBook ก็กลายเป็นถือ iPad ไปแทน (หรืออาจจะจับคอมโบ้คู่กับ Wireless Keyboard บางกรณี) ในการรายงานข่าวแบบสด ๆ เข้าเว็บผ่านทาง twitter ซึ่งเรื่องนี้ก็เสี่ยงมากเหมือนกันเพราะเป็นการคิดเองเออเองไม่ได้จับตัวจริงก่อนตัดสินใจ เรื่องทำงานอื่น ๆ อย่างพวก iWork ที่แอปเปิ้ลโม้ไว้ยังตอบไม่ได้ว่าจะสามารถแทนที่การใช้ MacBook ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้า iPad สามารถแทนที่ได้บ้างก็คงดีไม่น้อย</p>
<p><strong>- เอาไว้เล่นแอพฯ for iPad</strong></p>
<p>ต่อจากข้อแรกที่หลายคนคิดว่ามันคือ Big iPod touch ทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องแอพฯ for iPad ไป การมีแอพฯแสนกว่าแอพฯอยู่ใน App Store เป็นเรื่องดีครับ แต่แอพฯที่มีมันทำมาสำหรับ iPhone/iPod touch ที่สามารถนำมาใช้บน iPad ได้ก็จริง แต่พวก UI ต่าง ๆ ของแอพฯในตอนนี้ทำมาสำหรับหน้าจอของ iPhone/iPod touch ครับ ซึ่งผมคิดเอาเองว่าพอ iPad ออกมาก็จะมีอีกหลายๆๆแอพฯออกมาเพื่อ iPad โดยเฉพาะ ซึ่งแอพฯพวกนี้เป็นไปได้ที่จะไม่สามารถใช้ได้บน iPhone/iPod touch ก็คิดเอาเอง(อีกแล้ว)ว่าน่าจะมีแอพฯที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถของ iPad ในเรื่องของหน้าจอใหญ่ออกมาอีกพอควร ผมว่าอย่างน้อย ๆ พวก UI ของแอพฯ for iPad ก็คงถูกออกในแบบที่คนไทยเรียกว่า &#8220;คิดใหม่ทำใหม่&#8221; ครับ หลายคนที่คุยด้วยยังไม่ได้นึกถึงเรื่อง UI เฉพาะของ iPad เรียกว่ายังติดหน้าตา UI ของแอพฯ for iPhone กันอยู่</p>
<p>เอาเป็นว่าใครบังเอิญ Google มาเจอเว็บนี้แล้วมีความคิดอยากทำแอพฯ for iPad ขายก็ขอให้คิดเรื่อง UI สำหรับ iPad ให้ดีนะครับ</p>
<p><strong>- เอาไว้ทำอะไรต่อมิอะไร</strong></p>
<p>จริง ๆ ยังนึกไม่ออกครับว่าจะเอา iPad ไว้ทำอะไรได้อีก เพราะเห็นแค่ในเว็บก็นึกออกเท่าที่แอปเปิ้ลโม้ไว้แค่นั้นครับ เรื่องอื่น ๆ อย่างพวกเช็คอีเมลหรือเล่นอินเตอร์เน็ตบน iPad เป็นเรื่องรองสำหรับผม (ในกรณีที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติมจาก iPhone) ส่วนเรื่องจะเอาไว้เล่น twitter หรือ facebook บนรถไฟฟ้า นึกเรื่องนี้ก็ขำท่าทางเวลาหยิบ-จับ-จิ้มหน้าจอเวลาเล่น twitter กับ facebook ซะจริง ๆ คิดดูหยิบ iPad มาเม้นเพื่อนใน facebook บนรถไฟฟ้าคนรอบข้างรู้หมดว่าเราชื่ออะไร กำลังพิมพ์อะไรอยู่ หรือถ้าจะเอาไว้เล่นเกมบนรถไฟฟ้าท่าทางที่ออกมาสำหรับบางเกมคงขำไม่น้อย</p>
<p>ส่วนคำถามที่ว่า iPad จะฮิตเหมือน iPhone รึเปล่า ผมเชื่อว่าไม่ครับ ด้วยเพราะหลายคนมี iPhone หรือ iPod touch กันอยู่แล้วก็คงไม่อยากเพิ่มภาระหิ้ว iPad อีก หรือยังนึกไม่ออกมาจะเอามาทำอะไรในเมื่อ iPhone/iPod touch ที่ฉันมีก็ทำได้ทุกอย่างที่ฉันอยากได้อยู่แล้ว และที่สำคัญคือราคา iPad ตอนนี้โดนเอาไปเทียบกับ iPod touch แบบนี้ไง ๆ ก็ดูแพงกว่าเยอะครับ หรือถ้าจะมองแค่ราคาของ iPad อย่างเดียวผมว่าถ้าเข้ามาไทยก็คงแพงอยู่เหมือนกัน โดยส่วนตัวผมคร่าว ๆ ว่าราคาน่าจะเริ่มที่ 19,000 บาท (+/-500 บาท) สำหรับรุ่น 16GB (Wi-Fi) ส่วนวันวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการถ้าดูจากที่แอปเปิ้ลประกาศออกมาในตอนนี้ ผมว่าอีกอีกพักใหญ่เลยครับ</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-161" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/ipad.jpg" alt="ipad" width="450" height="302" /></p>
<p>ร่ายมาซะยาวสรุปสั้น ๆ เลยแล้วกันว่า &#8220;สั่งไปแล้ว&#8221; ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงได้รีวิวลงในเว็บช่วงหลังสงกรานต์ครับ ช่วงนี้ก็เลยเห่อ(ล่วงหน้า)หาโหลดพวก PDF ซะเยอะเชียว ^^&#8221;</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: left">GF1 กะ iPad มาพร้อม ๆ กันแบบนี้บอกได้คำเดียวว่า &#8220;ตัวเบา&#8221; ไปอีกหลายเดือนครับ T^T</p>
<p style="text-align: left">
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/panasonic-gf1-and-ipad/panasonic-gf1-2/' title='panasonic-gf1'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/panasonic-gf11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="panasonic-gf1" title="panasonic-gf1" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/panasonic-gf1-and-ipad/ipad/' title='ipad'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/ipad-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="ipad" title="ipad" /></a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/03/24/panasonic-gf1-and-ipad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ราเมน TV Champion  &quot;Chabuton&quot;</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Mar 2010 19:20:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งมีโอกาสไปซดก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่นเจ้าใหม่เพิ่งมาเปิดในไทยมาครับ จากป้ายหน้าร้านเขาว่าไว้ว่าเป็นสูตรของแชมป์จากรายการทีวี แชมเปี้ยน (TV Champion) ปี 2002 เชียวนะ เริ่มจากพิกัดร้าน Chabuton แล้วกันนะครับ ร้านตั้งอยู่ตรงข้างลิโด้ (สยามสแควร์) ครับ ซึ่งเดิมที่ตรงนี้เป็นร้าน Pizza Hut ตอนนี้โดนเซ็นทรัลมาเหมาหมดกลายเป็นร้านอาหาร 3 ร้านได้แก่ร้าน Pepper Lunch และ Chabuton อยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นสองเป็นร้านชาบูชื่อ &#8220;RYU&#8221; ครับ จากคำบอกเล่าของคนรอบตัวบอกว่าร้าน Chabuton รอนานครับ ซึ่งก็นานจริง ๆ ครับ ไปตอนเกือบ ๆ ทุ่มวันจันทร์ (22 มี.ค. 53) มีคนต่อแถวกันพอควร ซึ่งโชคดีที่เป็นวันธรรมดาคนเลยต่อคิวไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ได้ข่าวว่าวันเสาร์-อาทิตย์ต่อคิวยาวมากเหมือนกัน รอสัก 15 นาทีก็ได้เข้าร้านครับ &#8230;อืม &#8220;เราจะได้กินราเมน TV Champion&#8221; แล้ว สำหรับสูตรราเมน TV Champion ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งมีโอกาสไปซดก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่นเจ้าใหม่เพิ่งมาเปิดในไทยมาครับ จากป้ายหน้าร้านเขาว่าไว้ว่าเป็นสูตรของแชมป์จากรายการทีวี แชมเปี้ยน (TV Champion) ปี 2002 เชียวนะ</p>
<p><span id="more-138"></span></p>
<p>เริ่มจากพิกัดร้าน Chabuton แล้วกันนะครับ ร้านตั้งอยู่ตรงข้างลิโด้ (สยามสแควร์) ครับ ซึ่งเดิมที่ตรงนี้เป็นร้าน Pizza Hut ตอนนี้โดนเซ็นทรัลมาเหมาหมดกลายเป็นร้านอาหาร 3 ร้านได้แก่ร้าน Pepper Lunch และ Chabuton อยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นสองเป็นร้านชาบูชื่อ &#8220;RYU&#8221; ครับ</p>
<p>จากคำบอกเล่าของคนรอบตัวบอกว่าร้าน Chabuton รอนานครับ ซึ่งก็นานจริง ๆ ครับ ไปตอนเกือบ ๆ ทุ่มวันจันทร์ (22 มี.ค. 53) มีคนต่อแถวกันพอควร ซึ่งโชคดีที่เป็นวันธรรมดาคนเลยต่อคิวไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ได้ข่าวว่าวันเสาร์-อาทิตย์ต่อคิวยาวมากเหมือนกัน รอสัก 15 นาทีก็ได้เข้าร้านครับ &#8230;อืม &#8220;เราจะได้กินราเมน TV Champion&#8221; แล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-143" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_04.jpg" alt="Chabuton_04" width="450" height="301" /></p>
<p>สำหรับสูตรราเมน TV Champion ปี 2002 เป็นของมิสเตอร์ Yusuji Morizumi ครับ สำหรับเมนูเล่มแดง (ช่างเข้ากับสถานการณ์ในกรุงเทพซะจริง ๆ) เปิดมาไม่มีอะไรมากครับ อาหารหลัก ๆ มีแต่ราเมน โดยผมสั่ง &#8220;Kara Kara Tonkotsu Ramen&#8221; (ในเมนูรายการที่ 2) ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยสั่ง &#8220;Tonkotsu Ramen&#8221; ชามเล็ก (เบอร์ 1 ครับ) แหะๆ หน้าตาก็ตามรูปครับ แทน แท้น&#8230;.</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-144" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_05.jpg" alt="Chabuton_05" width="450" height="264" /></p>
<p style="text-align: center">&#8220;Kara Kara Tonkotsu Ramen&#8221;</p>
<p>รสชาติให้เต็มสิบครับ แต่ช้าก่อน&#8230;รสชาติที่ผมว่าคือน้ำซุป, หมูชาชู และอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เส้นครับ ส่วนตัวเส้นผมว่าร้านอื่นที่เคยได้ลองอร่อยกว่าสำหรับผมนะ คือเส้นจะออกแข็งนิดนึง ไม่ใช่ว่าลวกไม่สุกนะครับ แต่พอเอาฟันขบเส้นรู้สึกได้ว่าเส้นจะแข็งหน่อย ๆ ก็คงเป็นสูตรของทางร้านเขามั้งครับ หมูชาชูที่อยู่ในชามมีชิ้นเดียวครับ แต่ชิ้นใหญ่อยู่เหมือนกัน รสชาติดีเลยครับ กินแล้วอยากจะสั่งเกาเหลาหมูชาชูอย่างเดียวสักชาม ..ฮา ส่วนน้ำซุปซดคล่องคอมากครับ ส่วนที่เห็นรอยหน้าแดง ๆ ในรูปหมูสับกับน้ำมันพริกเผาครับ ความเผ็ดไม่กระเทือนปากคนไทยครับ แค่เผ็ดพอขำ ๆ ให้รู้ว่าเผ็ดนะจ๊ะ</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-146" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_07.jpg" alt="Chabuton_07" width="450" height="251" /></p>
<p style="text-align: center">&#8220;Tonkotsu Ramen&#8221;</p>
<p>อีกชามก็คือ ๆ กับชามข้างต้นครับแต่ไม่มีพริก &#8220;Tonkotsu Ramen&#8221; ซึ่งเราก็จะได้ชิมรสชาติน้ำซุปแบบเน้น ๆ ชามนี้ก็เด็ดครับ กินง่าย ซดกันหมดชามได้ง่าย ๆ เลยครับ</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-147" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_08.jpg" alt="Chabuton_08" width="450" height="452" /></p>
<p style="text-align: center">&#8220;Chashu Don&#8221;</p>
<p style="text-align: center">
<p>ส่วนคนที่ไม่ชอบราเมนก็สามารถสั่งข้าวหน้าหมูย่าง &#8220;Chashu Don&#8221; มาทานก็ได้ครับ ตอนมาเสริฟก็ชามเล็ก ๆ ครับ เรื่องรสชาติกลาง ๆ เพราะมาแบบว่าข้าวกับหูมชาชูช้ินโต ๆ ช้ินนึงแล้วก็เศษ ๆ หมูชาชูมาให้อีกหน่อย ถ้าทานแบบไม่ปรุงก็จะจืด ๆ เค็ม ๆ ครับ แต่เด็ดที่หมูชาชูเหมือนในราเมนที่พอเอามาทำแบบแห้ง ๆ โปะข้าวรสชาติที่เข้าไปในปากก็จะรู้สึกอีกแบบ</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-148" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_09.jpg" alt="Chabuton_09" width="450" height="365" /></p>
<p style="text-align: center">เจี้ยวซ่า เอ้ย&#8230;เกี๊ยวซ่าครับ</p>
<p>ของทานเล่น &#8220;เกี๊ยวซ่า&#8221; อร่อยดีครับ โดยตัวรูปร่างหน้าตาเกี๊ยวซ่าจะไม่ใช่แบบร้านอื่นที่เป็นแบบรี ๆ แล้วจับจีบครับ แต่จะเป็นรูปพัดโดยที่ส่วนขอบพัดจะกรอบ ๆ กรุบ ๆ ส่วนตัวไส้รสดีครับ จานนึงมา 8 ชิ้น เสียดายว่าแต่ละชิ้นเล็กไปนิดยังทานไม่จุใจหมดจานซะแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img class="alignnone size-full wp-image-149" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_10.jpg" alt="Chabuton_10" width="450" height="301" /></p>
<p style="text-align: center">
<p>รวม ๆ แล้วสำหรับร้าน Chabuton ผมว่าคนกรุงเทพฯคงเห่อกันอีกพักใหญ่ เพราะตอนนี้มีอยู่สาขาเดียวครับ ใครอยากทานก็ทำใจเรื่องต่อคิวกันหน่อยครับ ไม่อยากต่อแถวนานต้องเป็นวันธรรมดาช่วงเลิกงานใหม่ ๆ คนยังไม่แห่กันมาครับ เบ็ดเสร็จมื้อนี้ห้าร้อยกว่าบาทครับ</p>
<p>&#8230;ลืมบอกไปเรื่องนึงว่าเครื่องดื่มร้านนี้ชาเขียวกับน้ำอัดลมเป็นแบบเติมได้เรื่อย ๆ นะครับ</p>

<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_01/' title='เมนูของร้าน Chabuton ^^&quot;'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_01-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="เมนูของร้าน Chabuton ^^&quot;" title="เมนูของร้าน Chabuton ^^&quot;" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_02/' title='ประวัติมิสเตอร์ Yusuji Morizum'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="ประวัติมิสเตอร์ Yusuji Morizum" title="ประวัติมิสเตอร์ Yusuji Morizum" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_03/' title='หน้าตามิสเตอร์ Yusuji Morizum'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_03-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="หน้าตามิสเตอร์ Yusuji Morizum" title="หน้าตามิสเตอร์ Yusuji Morizum" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_04/' title='เมนูของร้าน Chabuton'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="เมนูของร้าน Chabuton" title="เมนูของร้าน Chabuton" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_05/' title='&quot;Kara Kara Tonkotsu Ramen&quot; (1)'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="&quot;Kara Kara Tonkotsu Ramen&quot; (1)" title="&quot;Kara Kara Tonkotsu Ramen&quot; (1)" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_06/' title='&quot;Kara Kara Tonkotsu Ramen&quot; (2)'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="&quot;Kara Kara Tonkotsu Ramen&quot; (2)" title="&quot;Kara Kara Tonkotsu Ramen&quot; (2)" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_07/' title='&quot;Tonkotsu Ramen&quot;'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="&quot;Tonkotsu Ramen&quot;" title="&quot;Tonkotsu Ramen&quot;" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_08/' title='ข้าวหน้าหมูย่าง &quot;Chashu Don&quot;'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="ข้าวหน้าหมูย่าง &quot;Chashu Don&quot;" title="ข้าวหน้าหมูย่าง &quot;Chashu Don&quot;" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_09/' title='เกี๊ยวซ่า'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="เกี๊ยวซ่า" title="เกี๊ยวซ่า" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/chabuton_10/' title='อิ่ม'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/Chabuton_10-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="อิ่ม" title="อิ่ม" /></a>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/03/24/ramen-tv-champion-chabuton/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การไม่อัพบล็อกถือว่าเป็นบาปและกล้องถ่ายรูป</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/03/18/meeting-and-camera-1/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/03/18/meeting-and-camera-1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 20:58:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Camera]]></category>
		<category><![CDATA[Canon]]></category>
		<category><![CDATA[G11]]></category>
		<category><![CDATA[GF1]]></category>
		<category><![CDATA[LX3]]></category>
		<category><![CDATA[Mac]]></category>
		<category><![CDATA[Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[Panasonic]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=123</guid>
		<description><![CDATA[ร้างลาจากพื้นที่ตรงนี้ไปนาน(มาก) จนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 มี.ค. 53) ได้มีโอกาสพบพี่ ๆ เพื่อน ๆ แก๊งค์ Mac หลายคนเลยทีเดียวคุยกันไปคุยกันไปสุดท้ายก็มาลงเองในการพูดคุยเรื่องบล็อก (Blog) ของแต่ละคนว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้อัพเดท ผมไม่อยากจะดูวันที่เลยให้ตายซิว่าครั้งก่อนอัพเดทไปวันไหนเดือนอะไร (ฮา) คุย ๆ กันเรื่องอัพเดทบล็อคผมยอมรับและนับถือหมอต้นเป็นที่สุดเพราะเป็นผู้ที่มีระเบียบแบบแผนมาก ๆ ในการอัพเดทบล็อกโดยแบ่งเลยว่าวันธรรมดาอัพเดทเรื่องอะไร วันหยุดอัพเดทเรื่องอะไร ถ้าจะเลียนแบบหมอต้นคงได้เปลี่ยนจาก&#8217;ตามวัน&#8217;เป็น&#8217;ตามเดือน&#8217;เป็นแน่ (ฮา) สำหรับหัวข้อที่คุยกันแล้วทำให้ผมเกิดกิเลสเป็นที่ซู้ดด..เห็นจะไม่พ้นเรื่องกล้องถ่ายรูปที่ตอนแรกก็ตัดใจกับเจ้าพานา GF-1 ไปแล้ว แต่แบบว่าดวงคงเป็นเนื้อคู่กันจริง ๆ กระมัง เพราะไปไหนก็เจอแต่กล้อง ๆๆๆ ตั้งแต่คนรอบตัวเร่ิมถือกล้องที่เรา(เคย)อยากได้มาผ่านหน้าผ่านตาบ่อย ๆ ต่อมาไปเจอรุ่นน้องคนหนึ่งเพิ่งถอยพานา GF-1 มา ก็แหม..กำลังอินกับเจ้าตัวนี้อยู่พอดีพอได้ลองจับตัวจริงยิ่งเพิ่มเติมความอยากได้เข้าไปใหญ่ แต่ก็ไม่ค่อยอะไรมากเพราะราคากล้องพานา &#8216;แพง&#8217;บรรลัยเรีียกว่าราคาที่ซื้อ GF-1 (Body + 20 mm/F1.7) ถ้าเป็นราคาเครื่องศูนย์แบบเต็ม ๆ น่าจะได้สักเครื่องหิ้วราว ๆ แคนอน 550D + 2 เลนส์ระดับเริ่มต้นได้เลย และที่ทำให้ต้องเร่ิมหาข้อมูล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ร้างลาจากพื้นที่ตรงนี้ไปนาน(มาก) จนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 มี.ค. 53) ได้มีโอกาสพบพี่ ๆ เพื่อน ๆ แก๊งค์ Mac หลายคนเลยทีเดียวคุยกันไปคุยกันไปสุดท้ายก็มาลงเองในการพูดคุยเรื่องบล็อก (Blog) ของแต่ละคนว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้อัพเดท ผมไม่อยากจะดูวันที่เลยให้ตายซิว่าครั้งก่อนอัพเดทไปวันไหนเดือนอะไร (ฮา)<span id="more-123"></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">คุย ๆ กันเรื่องอัพเดทบล็อคผมยอมรับและนับถือ<a href="http://i.ibluewind.com/" target="_blank">หมอต้น</a>เป็นที่สุดเพราะเป็นผู้ที่มีระเบียบแบบแผนมาก ๆ ในการอัพเดทบล็อกโดยแบ่งเลยว่าวันธรรมดาอัพเดทเรื่องอะไร วันหยุดอัพเดทเรื่องอะไร ถ้าจะเลียนแบบหมอต้นคงได้เปลี่ยนจาก&#8217;ตามวัน&#8217;เป็น&#8217;ตามเดือน&#8217;เป็นแน่ (ฮา)</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">สำหรับหัวข้อที่คุยกันแล้วทำให้ผมเกิดกิเลสเป็นที่ซู้ดด..เห็นจะไม่พ้นเรื่องกล้องถ่ายรูปที่ตอนแรกก็ตัดใจกับเจ้าพานา GF-1 ไปแล้ว แต่แบบว่าดวงคงเป็นเนื้อคู่กันจริง ๆ กระมัง เพราะไปไหนก็เจอแต่กล้อง ๆๆๆ ตั้งแต่คนรอบตัวเร่ิมถือกล้องที่เรา(เคย)อยากได้มาผ่านหน้าผ่านตาบ่อย ๆ ต่อมาไปเจอรุ่นน้องคนหนึ่งเพิ่งถอยพานา GF-1 มา ก็แหม..กำลังอินกับเจ้าตัวนี้อยู่พอดีพอได้ลองจับตัวจริงยิ่งเพิ่มเติมความอยากได้เข้าไปใหญ่ แต่ก็ไม่ค่อยอะไรมากเพราะราคากล้องพานา &#8216;แพง&#8217;บรรลัยเรีียกว่าราคาที่ซื้อ GF-1 (Body + 20 mm/F1.7) ถ้าเป็นราคาเครื่องศูนย์แบบเต็ม ๆ น่าจะได้สักเครื่องหิ้วราว ๆ แคนอน 550D + 2 เลนส์ระดับเริ่มต้นได้เลย และที่ทำให้ต้องเร่ิมหาข้อมูล GF-1 จริง ๆ จัง ๆ ก็เพราะไปยืมเจ้าพานา LX-3 มาจากรุ่นพี่คนหนึ่งมาถ่ายงาน iPhone by dtac ตั้งแต่วันแถลงข่าว (11 มี.ค. 53) จับ ๆ ถือ ๆ กด ๆ ดูรูปที่ออกมันช่างงามกระไรเช่นนี้ ผมว่าในกล้องระดับคอมแพ็คไม่ว่าจะรุ่นไหนก็กิน LX-3 ยากอยู่เหมือนกันนะ สุดท้ายไปเดิน ๆ ดูเจ้าพานา LX-3 เทียบกับแคนอน G11 จับแล้วชอบ G11 เรื่องความบึกก็จริง ๆ แต่สุดท้ายก็ยังหลงกับ LX-3 อยู่ดี แต่ใจลึก ๆ ก็ยังอยากได้เจ้า GF-1 อยู่อีก (เอาเข้าไป) ก็เลยไม่ยอมซื้อ LX-3 เพราะรู้ตัวดีว่าถ้าซื้อ LX-3 ก็ต้องหาทางซื้อ GF-1 อยู่ดี</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">หลังจากกลับมีตติ้งกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ก็หาข้อมูล GF-1 มาเรื่อยเข้าไปดูราคามือสองบ้าง, ราคาเลนส์ M4/3 บ้าง (แพงชิ..หาย), ราคาเครื่องหิ้วบ้าง และก็ฝันถึง GF-1 บ้างอะไรบ้าง เรียกว่าอาการเพ้อ(เจ้อ)เข้าสิงร่างอย่างเต็มที่แล้ว</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">&#8230;จบดื้อ ๆ เลยแล้วกันเขียนต่ออีกสัก 3 ย่อหน้าคงลงแดงแน่ ๆ</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ป.ล. หน้าตาพานา GF-1 สีขาวมันหล่อจริง ๆ นะ &gt;_&lt;</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/18/meeting-and-camera-1/panasonic-lx3/' title='panasonic-lx3'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/panasonic-lx3-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="panasonic-lx3" title="panasonic-lx3" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/18/meeting-and-camera-1/canon_powershot_g11/' title='canon_powershot_g11'><img width="150" height="150" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/canon_powershot_g11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="canon_powershot_g11" title="canon_powershot_g11" /></a>
<a href='http://blog.siampod.com/2010/03/18/meeting-and-camera-1/panasonic-gf1/' title='panasonic-gf1'><img width="150" height="139" src="http://blog.siampod.com/files/2010/03/panasonic-gf1-150x139.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="panasonic-gf1" title="panasonic-gf1" /></a>
</p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Thonburi;margin: 0px">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/03/18/meeting-and-camera-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/01/13/%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-ipod-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2010/01/13/%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-ipod-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2010 08:49:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[iPod]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[เคยโดนถามอยู่เรื่อย ๆ ครับว่าผม &#8220;ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด&#8221; อาจจะด้วยเพื่อน ๆ และคนรู้จักหลายคนเห็นว่าผมมีเว็บแนว ๆ นี้กับเค้าอยู่ก็เลยไม่รู้จะถามอะไรเวลาคุยกัน คำตอบของผมให้ได้เลือกได้เพียงรุ่นเดียวขอเลือก iPod 3G รุ่นที่มีสี่ปุ่มเรียงกันด้านบน Touchwheel แถมมีไฟไว้มองเวลากลางคืนสีส้ม ๆ อีกต่างหาก การทำงานของตัวเครื่องให้เป็นระบบสัมผัสแต่เอานิ้วแตะ ๆ คำสั่งก็ได้ตามต้องการแล้ว ส่วนตัว Wheel ของรุ่นนี้เรียกว่า Touchwheel คือแค่แตะแล้วหมุนครับ (รุ่นหลังจากนี้จนถึงปัจจุบันเรียกเป็น Clickwheel) สำหรับผมยกให้รุ่นนี้ครับ สวยบาดใจที่สุดสำหรับผมแล้ว นอกจากจะโดนคำถาม &#8220;ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด&#8221; แล้วอีกคำถามที่โดนถามอยู่บ่อย ๆ ประมาณว่าทำเว็บแบบนี้ต้องมี iPod ครบทุกรุ่นแน่เลย คำตอบคือยังมีไม่ครบครับ เท่าที่มีติดตัวอยู่ตอนนี้ก็มี iPod 3G iPod 4G iPod nano 5G ส่วนรุ่นอื่นที่เคยมีแล้วต้องพลัดพรากจากันไป (T^T) มี iPod 5G iPod [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">เคยโดนถามอยู่เรื่อย ๆ ครับว่าผม &#8220;ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด&#8221; อาจจะด้วยเพื่อน ๆ และคนรู้จักหลายคนเห็นว่าผมมีเว็บแนว ๆ นี้กับเค้าอยู่ก็เลยไม่รู้จะถามอะไรเวลาคุยกัน<span id="more-117"></span></p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">คำตอบของผมให้ได้เลือกได้เพียงรุ่นเดียวขอเลือก iPod 3G รุ่นที่มีสี่ปุ่มเรียงกันด้านบน Touchwheel แถมมีไฟไว้มองเวลากลางคืนสีส้ม ๆ อีกต่างหาก การทำงานของตัวเครื่องให้เป็นระบบสัมผัสแต่เอานิ้วแตะ ๆ คำสั่งก็ได้ตามต้องการแล้ว ส่วนตัว Wheel ของรุ่นนี้เรียกว่า Touchwheel คือแค่แตะแล้วหมุนครับ (รุ่นหลังจากนี้จนถึงปัจจุบันเรียกเป็น Clickwheel) สำหรับผมยกให้รุ่นนี้ครับ สวยบาดใจที่สุดสำหรับผมแล้ว <img src='http://blog.siampod.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">นอกจากจะโดนคำถาม &#8220;ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด&#8221; แล้วอีกคำถามที่โดนถามอยู่บ่อย ๆ ประมาณว่าทำเว็บแบบนี้ต้องมี iPod ครบทุกรุ่นแน่เลย คำตอบคือยังมีไม่ครบครับ เท่าที่มีติดตัวอยู่ตอนนี้ก็มี</p>
<ul>
<li>iPod 3G</li>
<li>iPod 4G</li>
<li>iPod nano 5G</li>
</ul>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">ส่วนรุ่นอื่นที่เคยมีแล้วต้องพลัดพรากจากันไป (T^T) มี</p>
<ul>
<li>iPod 5G</li>
<li>iPod nano 1G</li>
<li>iPod nano 2G</li>
</ul>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">สำหรับ iPod คิดว่าคงตามเก็บเรื่อย ๆ ครับ ถ้าเจอแล้วราคาไม่แพงก็คงค่อย ๆ ทยอยซื้อเก็บครับ ..ว่าไปก็เหมือนสะสมสแตมป์นะ <img src='http://blog.siampod.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px;font: 12.0px Thonburi">
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Thonburi;text-align: center;margin: 0px"><img class="alignnone size-full wp-image-118" src="http://blog.siampod.com/files/2010/01/ipod-3G.jpg" alt="ipod-3G" width="285" height="400" /></p>
<p style="font: normal normal normal 12px/normal Thonburi;text-align: center;margin: 0px">photo : <a href="http://commons.wikimedia.org/wiki/File:3G_ipod_in_dock.jpg" target="_blank">wikipedia</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2010/01/13/%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-ipod-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

