<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.5" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Out of Pod</title>
	<link>http://blog.siampod.com</link>
	<description>Just my Blog</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Jan 2010 08:50:24 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด</title>
		<description>เคยโดนถามอยู่เรื่อย ๆ ครับว่าผม "ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด" อาจจะด้วยเพื่อน ๆ และคนรู้จักหลายคนเห็นว่าผมมีเว็บแนว ๆ นี้กับเค้าอยู่ก็เลยไม่รู้จะถามอะไรเวลาคุยกัน
คำตอบของผมให้ได้เลือกได้เพียงรุ่นเดียวขอเลือก iPod 3G รุ่นที่มีสี่ปุ่มเรียงกันด้านบน Touchwheel แถมมีไฟไว้มองเวลากลางคืนสีส้ม ๆ อีกต่างหาก การทำงานของตัวเครื่องให้เป็นระบบสัมผัสแต่เอานิ้วแตะ ๆ คำสั่งก็ได้ตามต้องการแล้ว ส่วนตัว Wheel ของรุ่นนี้เรียกว่า Touchwheel คือแค่แตะแล้วหมุนครับ (รุ่นหลังจากนี้จนถึงปัจจุบันเรียกเป็น Clickwheel) สำหรับผมยกให้รุ่นนี้ครับ สวยบาดใจที่สุดสำหรับผมแล้ว :)

นอกจากจะโดนคำถาม "ชอบ iPod รุ่นไหนที่สุด" แล้วอีกคำถามที่โดนถามอยู่บ่อย ๆ ประมาณว่าทำเว็บแบบนี้ต้องมี iPod ครบทุกรุ่นแน่เลย คำตอบคือยังมีไม่ครบครับ เท่าที่มีติดตัวอยู่ตอนนี้ก็มี


	iPod 3G
	iPod 4G
	iPod nano 5G


ส่วนรุ่นอื่นที่เคยมีแล้วต้องพลัดพรากจากันไป (T^T) มี


	iPod 5G
	iPod nano 1G
	iPod ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2010/01/13/%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a-ipod-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สยาม สแควร์ในวันนี้</title>
		<description>เรื่องนี้จริง ๆ มันก็เปลี่ยนไปทุกยุคทุกสมัยนั้นแหล่ะ...สยาม แสควร์ของผมในอดีตเท่าที่จำความได้คือเดินกันมาตั้งแต่ยังไม่มี Center Point จำได้ว่าตอนที่สร้าง Center Point ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกว่าสยาม สแควร์กำลังโดนทำลาย หลังจากนั้นผ่านมาอีกหลายปีจนมีการรื้อ Center Point เพื่อสร้างตึก Digital Gateway  จำได้ว่าคืนสุดท้ายก่อนทำการรื้อ Center Point มีคอนเสิร์ตโจอี้บอยและก้านคอคลับ ผมยังไม่กระโดดเย้วๆ อยู่เลย จนปัจจุบันนี้ตึก Digital Gateway สร้างเสร็จ (รึเปล่า) และเปิดทำการเรียบร้อย ใครเคยไปเดินที่ตึกนี้น่าจะพบกับความหดหู่ใจเล็กน้อยเพราะนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแม่งไม่สวยแล้ว ภายในอยากจะรู้จริง ๆ ว่าทั้งเจ้าของเงินและคนออกแบบคิดอะไรกันอยู่ Digital Gateway ไม่น่าเชื่อว่าภายในตึกมันจะจัดวางผังร้านค้าและทางเดินได้ห่วยจริง ๆ แถมถ้าใครขึ้นไปชั้นบนสุดตอนนี้ไม่มีบันไดเลื่อนหรือบันไดไม่เลื่อนให้เดินลงนะขอรับ ต้องใช้บันไดทางหนีไฟเดินลงมา (โอ้..พระพุทธเจ้า) ในความรู้สึกของผม Digital Gatewat มันคือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ควรจะเกิดมาไม่ว่ามันจะไปอยู่ที่แห่งหนตำบลใดของโลกครับ

ส่วนเรื่องจริง ๆ ที่ทำให้ต้องมาเขียนถึงสยาม สแควร์ก็คงเป็นเรื่องการขายของบนทางเท้าที่คนเดินสยามแบบผมก็สุดซึ้งกับระบบการขายของแบบนี้ เริ่มต้นของเรื่องนี้จริง ๆ ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/12/28/siam-square/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สวัสดีปีใหม่ 2553</title>
		<description>ง่าย ๆ แบบนี้แหล่ะ เขียนกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ "สวัสดีปีใหม่ 2553" ใครหลงเข้ามาก็ขออวยพรให้สุขภาพร่างกายไม่เจ็บไข้ได้ป่วยครับ XD



ปีใหม่สำหรับผมจะว่าไปเท่าที่นึกออกในตอนนี้เรียกว่า 5 ปีแล้วล่ะมั้งที่อยู่ในกรุงเทพตลอด ที่อยู่ในกรุงเทพส่วนหนึ่งเพราะแก๊งค์เเพื่อนซี้กลับบ้านตจว.กันหลายคนก็เลยไม่มีโปรแกรมนัดเที่ยวกัน อีกอย่างคือไม่อยากไปแย่งกันกินแย่งกันเที่ยวกับคนกรุงเทพด้วยกันในช่วงเวลาแบบนี้ครับ คือคนกรุงเทพหนีกรุงไปจังหวัดอื่น ๆ กันหมดก็เลยกลายเป็นว่าไปที่ไหนก็เจอคนกรุงเทพไปแย่งกันเที่ยวทุกหัวระแหงในประเทศไทย ก็เลยกลายเป็นที่มาของการอยู่กรุงเทพในช่วงปีใหม่รวมถึงเทศกาลที่มีวันหยุดเยอะ ๆ ด้วยแหล่ะ

การทำงานแบบทุกวันคือวันทำงาานและทุกวันคือวันหยุดก็มีดีตรงนี้แหล่ะ คืออยากไปไหนก็จัดแผนงานตัวเองอย่างเดียวไม่ต้องไปแคร์สื่อ เอ้ย..แคร์เทศกาล นึกอยากไปไหนเมื่อไหร่วันไหนก็จัดไปตามแต่สะดวก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะหาช่วงวันธรรมดาควบวันหยุดก็จะได้ฟีลแบบเงียบ ๆ บวกครื้นเครงในช่วงที่เรากำลังจะกลับพอดี

ช่วงหลัง ๆ มานี้รู้สึกไปเองว่าชอบหัวหินเป็นพิเศษ เรียกว่ามีอยู่ช่วงนึงไป 2 ครั้งใน 2 อาทิตย์ (-_-") ชอบหัวหินตรงที่เป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เรียกว่าถ้าจะเดินก็เดินได้แต่เหนื่อยหน่อย ของกินที่หัวหินก็เพียบทั้งคาวทั้งหวานจะเอาแบบโบราณหรือสมัยใหม่มีหมด แต่ที่ชอบใจม้าก..มากล่าสุดคงเป็นเพราะหัวหินมี 3G ให้ใช้ด้วย ซึ่งผมก็พึ่งมาใช้มือถือทรูมูฟด้วยเมื่อไม่นานมานี้ เรียกว่าพอไปถึงหัวหิน 3G มีให้เล่นตลอดก็เลยรู้สึกเหมือนไม่ได้ขาดอะไรทั้งเรื่องงานเช่นอัพเดทเว็บ หรือเรื่องเล่น เช่น Twitter ไปที่อื่นก็เกรงว่าทรูมูฟจะหายไปหมดทั้งเน็ตทั้งสัญญาณโทรศัพท์

ใครยังนึกไม่ออกว่าจะไปไหนก็อยู่กรุงเทพด้วยกันนี่แหล่ะครับ :) </description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/12/23/happy-new-year-2010/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Danbo ~ ~ ~</title>
		<description>อิ..อิ มีของมาให้เบอร์ห้าบ้าเห่อเข้ามาในชีวิตประจำวัน นั้นคือเจ้าตุ๊กตาที่ชื่อ Danbo ครับ



หลับตานึก ๆ ดูเรื่อง Danbo เริ่มจากที่เห็น (อีกแล้ว) เจ้าแม่ตุ๊กตา "พี่ปุ๋ม" ชอบมาโพสน้อง Blythe ให้เห็นบ่อย แต่ระยะหลังเร่ิมมีเปลี่ยนแนวมาเป็นเจ้า Danbo เห็นแว๊บแรกชอบทันทีเลยถามพี่ปุ๋มว่าตุ๊กตาที่ว่าคืออะไรยังไง ได้คำตอบว่าชื่อ Danbo ที่มาที่ไปของ Danbo พี่ปุ๋มเคยส่งมาให้อ่านแต่ผมจำไม่ค่อยได้แล้วว่าเป็นยังไง (-_-") จากนั้นเห็นเวลาหมอต้นกับพี่ปุ๋มไปไหนมาไหนต้องมี Danbo อยู่ในรูปด้วยตลอด ก็เลย "อยาก" มีน้องเป็นของตัวเองกับเค้าบ้าง

หาข้อมูลอยู่หลายสิบนาทีตามเว็บต่าง ๆ สุดท้ายก็ทวีตถามเจ้าแม่ตุ๊กตาอยู่ดี (-_-") ว่าจะหาซื้อ Danbo ได้ยังไง ได้คำตอบว่ามีขายที่ amazon.co.jp ที่เดียวในจักรวาลอินเตอร์เน็ต ซึ่งแน่นอนว่าไม่ส่งมาเมืองไทยแน่ ๆ (T-T) ที่พึ่งสุดท้าย ebay หาไปหามาเจอว่ามีคนเอามาทั้งขายเลยและแบบประมูล ซึ่งผมเลือกแบบซื้อเลยเพราะเห็นว่าราคาไม่ได้สูงมาก ($18) รวมเบ็ดเสร็จรวมค่าส่งโดนไป $33 ครับ

สำหรับ ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/12/22/danbo/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กล้วยหอมมื้อเช้า(Morning Banana Diet)</title>
		<description>เรื่องของเรื่องเริ่มจากเห็นหมอต้นทวีตเกี่ยวกับ Banana Diet เลยตามไปดูใน Blog ของหมอ แรก ๆ ก็แค่อ่านและดูครับ หลัง ๆ เริ่มสนใจเพราะน้ำหนักขึ้นครับ



จุดเริ่มต้นของน้ำหนักขึ้นน่าจะมีส่วนมาจากที่เลิกบุหรี่เมื่อปลายปี 2008 ถึงวันที่เขียนก็เลิกมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ซึ่งวิธีเลิกบุหรี่ของผมก็คือเลิกสูบไปดื้อ ๆ เลย พอพ้นระยะเวลาอยากบุหรี่ (สัก 2 อาทิตย์) ก็จะรู้สึกเฉย ๆ กับการที่เราไม่ได้สูบบุหรี่แล้ว เอาเป็นว่าใครอยากเลิกบุหรี่ขอเอาใจช่วยทุกคนครับ มาต่อกันที่เรื่องกล้วยหอมต่อ หลังจากเลิกบุหรี่บวกกับทำงานแบบไม่เคยเป็นเวลาคือนอนตื่นสิบโมง ทานข้าวมื้อแรกบ่ายสอง ทานอีกทีราว ๆ 2 ทุ่ม ดึกหน่อยลงไปเซเว่นหาขนมกินต่อ หลับอีกทีก็ตี 3 ตี 4 บางวันก็ 6 โมงเช้า ซึ่งวัฏจักรแบบนี้เป็นมาตลอดตั้งแต่ทำเว็บ (T^T) หลัง ๆ ด้วยอายุที่เร่ิมมากขึ้นและแทบไม่ได้ออกกำลังกายน้ำหนักค่อย ๆ มาแบบไม่รู้ตัวสุดท้ายมารู้ตัวอีกที 10 กิโลแล้วครับ ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/12/22/morning-banana-diet/</link>
			</item>
	<item>
		<title>พนันบอล</title>
		<description>ไม่รู้สินะว่าทำไมอยู่ดี ๆ นึกถึงเรื่องนี้ เรื่องของเรื่องอาจจะเป็นที่เพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์แล้วเห็นว่ามีการอุทิศหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งหน้าให้กับการพนันฟุตบอล เห็นแล้วอดนึกไม่ได้ว่าการพนันเป็นสิ่งผิดกฏหมายในบ้านเรา แต่ทำไมหนังสือพิมพ์กลับลงราคาต่อรองทั้งของไทยของเทศได้ นึกย้อนกลับไปสมัยที่ซื้อหนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเกอร์อ่าน (ซื้อตั้งแต่เล่มละ 5 บาท) ก็จำได้ว่าจะมีหน้าราคาต่อรองอยู่ 2-3 หน้า ส่วนในหนังสือพิมพ์เบอร์ 1 กับเบอร์ 2 อย่างไทยรัฐและเดลินิวส์จะมีอยู่ราว ๆ 1 ใน 4 ของหน้าได้มั้ง แล้วก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ๆ จนปัจจุบันกลายเป็นทั้งหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับที่ผมอ่านมีหน้าที่ประกอบด้วย 3 คอลัมน์ ซึ่งลองอ่าน ๆ ดูก็เช่นเคยคือวิเคราะห์คู่บอลที่จะเตะพร้อมด้วยราคาต่อรองและสุดท้ายสรุปว่าควรถือหางข้างไหนให้ได้เงิน

บางอย่างดูแล้วมันสวนทางกับกฏหมายบ้านเมืองที่ออกมาร้องปาว ๆ ว่าการพนันเป็นสิ่งผิดกฏหมาย แต่การบอกราคาพนันซึ่งเป็นส่ิงชี้นำในหนังสือพิมพ์แบบที่ว่าไปข้างต้นกลับไม่มีใครหรือองค์กรไหนออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้ แต่จะว่าไปไม่ว่าจะองค์กรไหน ออฟฟิศเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ทำงานอะไร จะเอกชนหรือราชการ ผมก็เห็นว่ามีคนเล่น(พนัน)บอลกันทั้งนั้น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ล่ะเปิดโต๊ะบอลแบบถูกกฏหมายไปเลยดีกว่ามั้ยเนี่ย ?

ต่อเนื่องจากด้านบนอีกนิดหน่อยก็มีเรื่องหวย ที่มีเรื่องน่าขำขันบนหนังสือพิมพ์ทั้งไทยรัฐและเดลินิวส์ที่พอใกล้ถึงวันหวยออกทีไรก็จะมีข่าวประหลาด ๆ ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/11/10/bet/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เจ้าของทีวีบนอินเตอร์เน็ตใกล้แค่เอื้อม</title>
		<description>ผมว่าเดี๋ยวนี้เราสามารถเป็นเจ้าของสื่อต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องง้อสถานีวิทยุ-โทรทัศน์จริง ๆ แค่เพียงเรารู้วิธีทำรายการและวิธีเผยแพร่ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีรวมถึงการสร้างเว็บเพื่อเผยแพร่เอง อยากมีสักกี่ช่องกี่รายการถ้ามีแรงทำไหวพร้อมเงินทุนในจำนวนไม่ต้องมากเท่าการทำรายการบนสถานีโทรทัศน์จริง ๆ นับเป็นจำนวนเงินอาจจะน้อยกว่าร้อยเท่าพันเท่าหรืออาจจะเลยเป็นถึงล้านเท่าเลยก็ได้

สิ่งที่ทำให้มั่นใจว่าใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของได้เนื่องจากได้เห็นการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก U2 ซึ่งมีการถ่ายทอดสด ๆ ผ่านทางเว็บ YouTube ด้วยความที่วันนั้นตื่นสายเลยได้มาดูแค่ช่วงท้าย ๆ แต่ก็ทำให้ได้เห็นปรากฏการณ์บางอย่างบนอินเตอร์เน็ตที่ถึงเรียกว่าถึงจุดที่คุ้มทุนที่จะทำอะไรแบบนี้แล้ว ซึ่งในวันต่อมาผมก็พบข่าวการเปิดตัวหนังสักเรื่องที่มีการถ่ายทอดสดผ่านทางอินเตอร์เน็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งในเนื้อข่าวได้ให้รายละเอียดว่ามีผู้ชมการเปิดตัวผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากถึง 1.8 ล้านคนทั่วโลก ตัวเลขแค่ล้านต้น ๆ เหมือนจะยังน้อยเมื่อเทียบกับคนดูทีวีปกติ แต่ก็เรียกว่าเป็นช่องทางการถ่ายทอดสดที่มีต้นทุนต่ำกว่าแบบเดิม ๆ ที่ต้องยิงสัญญาณผ่านดาวเทียมเป็นแน่ ๆ ส่วนโฆษณาต่าง ๆ ผมเชื่อว่าถ้าจะทำกันจริงกับการถ่ายทอดสดผ่านอินเตอร์เน็ตแบบนี้เราสามารถแยกโฆษณาตามแต่ละภูมิภาคหรือตามแต่ละประเทศด้วยเทคนิคการแยกแยะ IP ของแต่ละคนที่เข้าไปดูได้อยู่แล้ว

ข้อดีมีเยอะแล้วข้อเสียก็มีเช่นกัน เรื่องแรก ๆ ที่นึกได้ตอนนี้คือการยืนระยะของการทำทีวีอินเตอร์เน็ตที่ต้องอาศัยเงินทุนอยู่บ้างถึงแม้จะไม่มากนัก แต่ก็ต้องมีเงินให้ยืนระยะอยู่ได้นาน ๆ ในช่วงเร่ิมต้นจนกว่าจะเร่ิมหาช่องทางหาเงินมาสนับสนุน ต่อมาก็หนีไม่พ้นช่องทางที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าถึงได้ยังจำกัดอยู่แค่บนคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ซึ่งถ้าถึงเวลาที่เราสามารถดูรายการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ตได้สะดวกสบายจากโทรศัพท์มือถือเชื่อว่าความนิยมการดูรายการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ตน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่วนจะดูรายการของเรามากหรือน้อยคงขึ้นอยู่กับเนื้อหาและคุณภาพของรายการที่เป็นสิ่งต้น ๆ ในการเข้าถึงผู้ชม ส่วนจะทำให้รายการของเราไปปรากฏบนหน้าจอทีวีตามแต่ละบ้านได้ยังไง ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/11/05/your-tv-channel-on-internet/</link>
			</item>
	<item>
		<title>แท็กซี่</title>
		<description>ช่วงนี้ีมีโอกาสได้ใช้บริการรถแท็กซี่บ่อยเลยขอนำความคิดของผมมาเล่าสู่กันฟังสักนิดว่าคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับแท็กซี่ในกรุงเทพ ณ ปัจจุบันนี้

เร่ิมจากปริมาณรถแท็กซี่ในกรุงเทพที่สอบถามพี่ ๆ คนขับแท็กซี่ไม่เคยได้จำนวนที่ตรงกันหรือใกล้กันแบบชนิด +/- ในหลักพันคันเลย ส่วนใหญ่ตัวเลขที่สอบถามได้ความว่ามีเป็น "แสนคัน" เร่ิมกันตั้งแต่ 1 แสนไปจนถึงประมาณ 3 คัน ส่วนข้อมูลที่พี่ ๆ แท็กซี่หลายคนบอกเหมือน ๆ กันคือมีแท็กซี่ป้ายแดงออกมาวิ่งบนถนนทุกวัน ส่วนจำนวนเท่าไหร่ไม่ทราบเหมือนกันแต่ประมาณว่าเยอะพอดูเพราะอาเฮียเจ้าของอู่ก็คงมีกันหลายคน สมมุติว่ามีอยู่ 20 อู่อาเฮียออกแท็กซี่ป้ายแดงอู่ละ 2 คัน/วัน แค่นี้เราก็ได้เห็นรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นมาวันละ 40 คันแล้วครับ ถามว่าจำนวนรถแท็กซี่ในปัจจุบันเพียงพอกับจำนวนผู้ที่ต้องการโดยสารรถแท็กซี่ในแต่ละวันหรือไม่ ผมว่าเหลือเฟือเลยครับ สังเกตุง่าย ๆ จากการวิ่งแซงวิ่งเบียดปาดหน้ารับผู้โดยสารที่เห็นอยู่บ่อยครั้ง ตัวเลขจำนวนรถที่พยายามหา ๆ ดูว่าจริง ๆ แล้วมีแท็กซี่กี่คันกันแน่ในกรุงเทพเจอว่ามีรถที่จดทะเบียนถูกต้องอยู่ราว ๆ เกือบ ๆ 2 แสนคัน (ไม่รับรวมพวกรถที่โดนปลดระวางแต่ยังแอบมาวิ่งอยู่อีกไม่รู้กี่คัน)

เคยถามตัวเองว่าทำไมรัฐไม่ควบคุมปริมาณรถแท็กซี่ให้อยู่ในปริมาณที่พอดี ๆ กับขนาดเมืองและจำนวนคนในกรุงเทพ เดาเอาเองว่ามีสัก 1 แสนคันก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันนะ วิ่งกะละ ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/11/03/bangkok-s-taxi/</link>
			</item>
	<item>
		<title>This is &#8220;ไทยแลนด์&#8221;</title>
		<description>ไม่วิถีชีวิตคนบนท้องถนนแต่ละวันที่ผมต้องออกไปเจอแล้วรู้สึกว่ามนุษย์ที่เกิดบนแผ่นดินสยามช่างน่าน้อยเนื้อต่ำใจเป็นย่ิงนักในเรื่องเกี่ยวกับการเคารพกฏระเบียบบ้านเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็รำคาญมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่รู้สึกว่าพวกเขา (รวมๆกันแล้วเรียกว่าคนไทย) เอาเปรียบกันเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหนคนไทยด้วยกันก็มักจะเอาเปรียบและไม่เคยคิดว่าคนรอบข้างจะรู้สึกรังเกียจมากแค่ไหน ที่สำคัญคือกฏหมายประเทศไทยไม่เคยทำอะไรใครได้

ยกตัวอย่างง่าย ๆ จากแถวบ้านผมเอง มีร้านค้ามาตั้งใหม่ ซึ่งน่าจะเช่าที่ตึก 1 คูหานั้นเมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่แล้ว แรก ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกเพราะหน้าร้านยังมีบาทวิถีกว้างสัก 1 เมตรให้คนเดินซื้อของกันได้สะดวกพอประมาณ  แล้วอะไรไม่รู้ดลใจเจ๊อ้วนให้ออกมาตั้งโต๊ะขายของตรงบาถวิถีตรงข้ามร้านแกนั้นล่ะ แถมด้วยหน้าร้านยังตั้งขายของล้ำเส้นเข้ามาในส่วนทางเดินเท้าอีก ลองนึกสภาพเวลาที่ต้องเดินผ่านหน้าร้านขายของที่นิสัยส้นมือเช่นนี้ดูซิว่าเหลือทางเดินให้คนเดินส่วนกันสักกี่เซนติเมตร "This is ไทยแลนด์"

เรื่องอื่น ๆ ที่ผมแม่งไม่เคยเชื่อในสารพัดบรรดาโครงการณ์รงณรงค์เรื่องต่าง ๆ ทั้งแกมขอร้อง, แกมบังคับ หรือแม้กระทั่งมีการจับปรับ ง่าย ๆ ที่ใกล้ตัวสุดก็คือห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ จำได้ว่าไอ้โครงการณ์แนวนี้ออกมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดยครั้งล่าสุดน่าจะออกมาให้เห็นตอนปี 2551 สุดท้ายเห็นรณรงค์อยู่ได้ไม่กี่เดือนแม่งก็เหมือนเดิมคนก็ยังเดินสูบบุหรี่ตามที่ ๆ ไม่ควรจะสูบกันเหมือนเดิม "This is ไทยแลนด์"

เรื่องการเคารพกฏจราจรของผู้ใช้รถก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ "This is ไทยแลนด์" มาก ...</description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/11/03/this-is-thailand/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขอให้รวยๆ</title>
		<description>ทำไมเวลาคนไทยอวยพรกันชอบบอกว่า "ขอให้รวยๆ" ทำไมไม่ค่อยอวยพรคำอื่นกัน
หรือคนไทยจะรู้กันเองว่า "กูจน" เลยต้องอวยพรให้กันรวย ๆ กันถ้วนหน้า </description>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/09/30/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%86/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
