<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Out of Pod &#187; Bangkok</title>
	<atom:link href="http://blog.siampod.com/tag/bangkok/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.siampod.com</link>
	<description>Just another Siampod Network site</description>
	<lastBuildDate>Sat, 30 Oct 2010 05:14:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>สยาม สแควร์ในวันนี้</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/12/28/siam-square/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2009/12/28/siam-square/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Dec 2009 04:44:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Square]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=108</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องนี้จริง ๆ มันก็เปลี่ยนไปทุกยุคทุกสมัยนั้นแหล่ะ&#8230;สยาม แสควร์ของผมในอดีตเท่าที่จำความได้คือเดินกันมาตั้งแต่ยังไม่มี Center Point จำได้ว่าตอนที่สร้าง Center Point ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกว่าสยาม สแควร์กำลังโดนทำลาย หลังจากนั้นผ่านมาอีกหลายปีจนมีการรื้อ Center Point เพื่อสร้างตึก Digital Gateway  จำได้ว่าคืนสุดท้ายก่อนทำการรื้อ Center Point มีคอนเสิร์ตโจอี้บอยและก้านคอคลับ ผมยังไม่กระโดดเย้วๆ อยู่เลย จนปัจจุบันนี้ตึก Digital Gateway สร้างเสร็จ (รึเปล่า) และเปิดทำการเรียบร้อย ใครเคยไปเดินที่ตึกนี้น่าจะพบกับความหดหู่ใจเล็กน้อยเพราะนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแม่งไม่สวยแล้ว ภายในอยากจะรู้จริง ๆ ว่าทั้งเจ้าของเงินและคนออกแบบคิดอะไรกันอยู่ Digital Gateway ไม่น่าเชื่อว่าภายในตึกมันจะจัดวางผังร้านค้าและทางเดินได้ห่วยจริง ๆ แถมถ้าใครขึ้นไปชั้นบนสุดตอนนี้ไม่มีบันไดเลื่อนหรือบันไดไม่เลื่อนให้เดินลงนะขอรับ ต้องใช้บันไดทางหนีไฟเดินลงมา (โอ้..พระพุทธเจ้า) ในความรู้สึกของผม Digital Gatewat มันคือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ควรจะเกิดมาไม่ว่ามันจะไปอยู่ที่แห่งหนตำบลใดของโลกครับ ส่วนเรื่องจริง ๆ ที่ทำให้ต้องมาเขียนถึงสยาม สแควร์ก็คงเป็นเรื่องการขายของบนทางเท้าที่คนเดินสยามแบบผมก็สุดซึ้งกับระบบการขายของแบบนี้ เริ่มต้นของเรื่องนี้จริง ๆ ก็ไม่ค่อยหนักหนาเท่าไหร่หรอกพี่เพราะพ่อค้าแม่ขายที่มาตั้งแผงขายของก็มีกันอยู่ไม่กี่ราย แต่ตอนนี้นอกจากจะมีจำนวนแผงเยอะกว่าสมัยก่อนแบบหลายเท่าตัวแล้ว บางร้านยังมาตั้งกันตั้งแต่หัววันไม่ใช่มาตั้งกันตอนเย็น ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องนี้จริง ๆ มันก็เปลี่ยนไปทุกยุคทุกสมัยนั้นแหล่ะ&#8230;สยาม แสควร์ของผมในอดีตเท่าที่จำความได้คือเดินกันมาตั้งแต่ยังไม่มี Center Point จำได้ว่าตอนที่สร้าง Center Point ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกว่าสยาม สแควร์กำลังโดนทำลาย หลังจากนั้นผ่านมาอีกหลายปีจนมีการรื้อ Center Point เพื่อสร้างตึก Digital Gateway  จำได้ว่าคืนสุดท้ายก่อนทำการรื้อ Center Point <span id="more-108"></span>มีคอนเสิร์ตโจอี้บอยและก้านคอคลับ ผมยังไม่กระโดดเย้วๆ อยู่เลย จนปัจจุบันนี้ตึก Digital Gateway สร้างเสร็จ (รึเปล่า) และเปิดทำการเรียบร้อย ใครเคยไปเดินที่ตึกนี้น่าจะพบกับความหดหู่ใจเล็กน้อยเพราะนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแม่งไม่สวยแล้ว ภายในอยากจะรู้จริง ๆ ว่าทั้งเจ้าของเงินและคนออกแบบคิดอะไรกันอยู่ Digital Gateway ไม่น่าเชื่อว่าภายในตึกมันจะจัดวางผังร้านค้าและทางเดินได้ห่วยจริง ๆ แถมถ้าใครขึ้นไปชั้นบนสุดตอนนี้ไม่มีบันไดเลื่อนหรือบันไดไม่เลื่อนให้เดินลงนะขอรับ ต้องใช้บันไดทางหนีไฟเดินลงมา (โอ้..พระพุทธเจ้า) ในความรู้สึกของผม Digital Gatewat มันคือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ควรจะเกิดมาไม่ว่ามันจะไปอยู่ที่แห่งหนตำบลใดของโลกครับ</p>
<p>ส่วนเรื่องจริง ๆ ที่ทำให้ต้องมาเขียนถึงสยาม สแควร์ก็คงเป็นเรื่องการขายของบนทางเท้าที่คนเดินสยามแบบผมก็สุดซึ้งกับระบบการขายของแบบนี้ เริ่มต้นของเรื่องนี้จริง ๆ ก็ไม่ค่อยหนักหนาเท่าไหร่หรอกพี่เพราะพ่อค้าแม่ขายที่มาตั้งแผงขายของก็มีกันอยู่ไม่กี่ราย แต่ตอนนี้นอกจากจะมีจำนวนแผงเยอะกว่าสมัยก่อนแบบหลายเท่าตัวแล้ว บางร้านยังมาตั้งกันตั้งแต่หัววันไม่ใช่มาตั้งกันตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ อีกต่อไป แล้วลองนึกสภาพทางเท้าตลอดแนวช่วงบันไดทางลงบีทีเอส (ซ. 3) ไปจนถึงหน้าโรงหนังลิโด้ดูครับ ไม่มีทางเดินเลยครับ คะเนด้วยสายตามีช่องให้เดินกว้างไม่เกิน 1 เมตรครับ คนแม่งเดินกันมหาศาลเบียดกันแล้วเบียดกันอีก สุดท้ายตอนนี้กลายเป็นว่าคนต้องลงไปเดินบนถนนเสียเอง ไม่งั้นระยะทางแค่ไม่กี่เมตรคุณอาจจะต้องใช้เวลาร่วม 15 นาทีในการเดินเบียด เท่านั้นยังไม่พอถ้าคุณเดินออกมาจากซ. 2 ตอนช่วงที่เร่ิมขายของกันแล้วคุณจะไม่สามารถเดินออกแบบปกติเพราะคนขายของแถวนั้นจะนำรั้วเหล็กมาวางปิดถนนแล้วนำเสื้อผ้าหรือแผงขายของมาตั้งบังไว้ ถามว่าแล้วจะออกทางไหน แม่งก็มีทางให้เดินเท่ารูหนูอยู่ด้านข้างแผงขายของ ๆ ใครสักคนใช้เป็นช่องเดินผ่านไปมา เจออย่างนี้ผมว่าเป็นใครก็เบื่อและพลาดไม่ชอบแผงขายของแถวนั้นไปด้วยไม่มากก็น้อย แถมถ้าลองเดินไปชนแผงขายของเข้ารับรองโดนต่อว่าอีก ทั้ง ๆ ที่แผงขายของตั้งอยู่บนทางเท้าทางสัญจรของผู้เดินถนน เค้าผิดกฏหมายแน่นอน คนเดินถนนที่จ่ายภาษีก็ต้องโดนด่ากันไป เพราะพวกเขาก็อ้างว่าเขาก็จ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกัน ฉะนั้นพวกเขาก็มีสิทธิ์เปิดขายของได้</p>
<p>ผมเชื่อว่าคนค้าขายที่เปิดร้านอยู่ในสยาม สแควร์ทั้งหมดได้รับผลกระทบแน่ ๆ ครับ ส่วนจะมากหรือน้อยผมไม่มีข้อมูลหรอกครับ แต่เอาว่าถ้าร้านข้างทางตัดราคาขายถูกกว่าอีกสัก 50 บาทในของแบบเดียวกัน ร้านรวงในสยาม สแควร์ได้ร่วงกันแน่ ๆ ครับ ไม่รู้ว่าทางจุฬาฯ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและให้เช่าที่บริเวณนั้นจะมีมาตรการดูแลเรื่องนี้อย่างไร และที่สำคัญคือทางกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีคุณชายผู้ว่าฯ เป็นหัวเรือใหญ่มองไม่เห็นหรือกระไรว่าคนเดินถนนเขาเดือนร้อน ถ้าจะรับส่วยขายของก็ช่วยจัดระเบียบเรื่องสถานที่ขายให้ดี ๆ หน่อย เพราะผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เคยรักสยาม สแควร์ เริ่มเบื่อกับสยาม สแควร์ในตอนนี้ที่กำลังทรุดโทรมลงด้วยความมักง่ายของหลาย ๆ ฝ่ายครับ ถ้าทางกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนมีมติให้ขายของบนทางเท้าได้แบบนี้อีกไม่นานสยาม สแควร์ก็คงไม่เป็นสยาม สแควร์อีกต่อไปเอกลักษณ์ของสยาม สแควร์ค่อย ๆ หมดลงไปทุกที จากที่เคยเดินกันสบาย ๆ ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตลาดนัดที่มีคนเยอะ ๆ มารวมตัวกัน อย่าว่าแต่พวกฝรั่งเองเปรียบประเทศไทยเลยครับ แค่คนไทยเอาเปรียบกันเองแบบนี้ผมว่าช้ำใจยิ่งกว่าโดนฝรั่งมาเองเปรียบอีก</p>
<p>(เรื่องขายของบนทางเท้าจริง ๆ ก็มีให้เห็นทุกที่และทุกยุคทุกสมัยกันอยู่แล้ว เพียงแต่ผมรู้สึกว่ายุคคุณชายผู้ว่าฯ แม่งเยอะเกินไปแล้วครับ ไม่ว่าจะไปที่ไหนกลายเป็นว่าคนเดินสัญจรแทนที่จะได้เดินตามทางของตัวเอง กลับกลายเป็นว่าต้องไปเดินบนถนน ผมไม่เคยเห็นทางเท้าที่ไหนในกรุงเทพฯ สามารถเดินได้แบบสะดวก ๆ สักที่เลยครับ)</p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center"><a href="http://blog.siampod.com/files/2009/12/siam_square.jpg"><img class="size-medium wp-image-110 aligncenter" src="http://blog.siampod.com/files/2009/12/siam_square-300x225.jpg" alt="siam_square" width="300" height="225" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2009/12/28/siam-square/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แท็กซี่</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/11/03/bangkok-s-taxi/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2009/11/03/bangkok-s-taxi/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Nov 2009 04:25:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Taxi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=71</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ีมีโอกาสได้ใช้บริการรถแท็กซี่บ่อยเลยขอนำความคิดของผมมาเล่าสู่กันฟังสักนิดว่าคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับแท็กซี่ในกรุงเทพ ณ ปัจจุบันนี้ เร่ิมจากปริมาณรถแท็กซี่ในกรุงเทพที่สอบถามพี่ ๆ คนขับแท็กซี่ไม่เคยได้จำนวนที่ตรงกันหรือใกล้กันแบบชนิด +/- ในหลักพันคันเลย ส่วนใหญ่ตัวเลขที่สอบถามได้ความว่ามีเป็น &#8220;แสนคัน&#8221; เร่ิมกันตั้งแต่ 1 แสนไปจนถึงประมาณ 3 คัน ส่วนข้อมูลที่พี่ ๆ แท็กซี่หลายคนบอกเหมือน ๆ กันคือมีแท็กซี่ป้ายแดงออกมาวิ่งบนถนนทุกวัน ส่วนจำนวนเท่าไหร่ไม่ทราบเหมือนกันแต่ประมาณว่าเยอะพอดูเพราะอาเฮียเจ้าของอู่ก็คงมีกันหลายคน สมมุติว่ามีอยู่ 20 อู่อาเฮียออกแท็กซี่ป้ายแดงอู่ละ 2 คัน/วัน แค่นี้เราก็ได้เห็นรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นมาวันละ 40 คันแล้วครับ ถามว่าจำนวนรถแท็กซี่ในปัจจุบันเพียงพอกับจำนวนผู้ที่ต้องการโดยสารรถแท็กซี่ในแต่ละวันหรือไม่ ผมว่าเหลือเฟือเลยครับ สังเกตุง่าย ๆ จากการวิ่งแซงวิ่งเบียดปาดหน้ารับผู้โดยสารที่เห็นอยู่บ่อยครั้ง ตัวเลขจำนวนรถที่พยายามหา ๆ ดูว่าจริง ๆ แล้วมีแท็กซี่กี่คันกันแน่ในกรุงเทพเจอว่ามีรถที่จดทะเบียนถูกต้องอยู่ราว ๆ เกือบ ๆ 2 แสนคัน (ไม่รับรวมพวกรถที่โดนปลดระวางแต่ยังแอบมาวิ่งอยู่อีกไม่รู้กี่คัน) เคยถามตัวเองว่าทำไมรัฐไม่ควบคุมปริมาณรถแท็กซี่ให้อยู่ในปริมาณที่พอดี ๆ กับขนาดเมืองและจำนวนคนในกรุงเทพ เดาเอาเองว่ามีสัก 1 แสนคันก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันนะ วิ่งกะละ 5 หมื่นคัน จะไม่พอเชียวหรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ีมีโอกาสได้ใช้บริการรถแท็กซี่บ่อยเลยขอนำความคิดของผมมาเล่าสู่กันฟังสักนิดว่าคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับแท็กซี่ในกรุงเทพ ณ ปัจจุบันนี้<span id="more-71"></span></p>
<p>เร่ิมจากปริมาณรถแท็กซี่ในกรุงเทพที่สอบถามพี่ ๆ คนขับแท็กซี่ไม่เคยได้จำนวนที่ตรงกันหรือใกล้กันแบบชนิด +/- ในหลักพันคันเลย ส่วนใหญ่ตัวเลขที่สอบถามได้ความว่ามีเป็น &#8220;แสนคัน&#8221; เร่ิมกันตั้งแต่ 1 แสนไปจนถึงประมาณ 3 คัน ส่วนข้อมูลที่พี่ ๆ แท็กซี่หลายคนบอกเหมือน ๆ กันคือมีแท็กซี่ป้ายแดงออกมาวิ่งบนถนนทุกวัน ส่วนจำนวนเท่าไหร่ไม่ทราบเหมือนกันแต่ประมาณว่าเยอะพอดูเพราะอาเฮียเจ้าของอู่ก็คงมีกันหลายคน สมมุติว่ามีอยู่ 20 อู่อาเฮียออกแท็กซี่ป้ายแดงอู่ละ 2 คัน/วัน แค่นี้เราก็ได้เห็นรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นมาวันละ 40 คันแล้วครับ ถามว่าจำนวนรถแท็กซี่ในปัจจุบันเพียงพอกับจำนวนผู้ที่ต้องการโดยสารรถแท็กซี่ในแต่ละวันหรือไม่ ผมว่าเหลือเฟือเลยครับ สังเกตุง่าย ๆ จากการวิ่งแซงวิ่งเบียดปาดหน้ารับผู้โดยสารที่เห็นอยู่บ่อยครั้ง ตัวเลขจำนวนรถที่พยายามหา ๆ ดูว่าจริง ๆ แล้วมีแท็กซี่กี่คันกันแน่ในกรุงเทพเจอว่ามีรถที่จดทะเบียนถูกต้องอยู่ราว ๆ เกือบ ๆ 2 แสนคัน (ไม่รับรวมพวกรถที่โดนปลดระวางแต่ยังแอบมาวิ่งอยู่อีกไม่รู้กี่คัน)</p>
<p>เคยถามตัวเองว่าทำไมรัฐไม่ควบคุมปริมาณรถแท็กซี่ให้อยู่ในปริมาณที่พอดี ๆ กับขนาดเมืองและจำนวนคนในกรุงเทพ เดาเอาเองว่ามีสัก 1 แสนคันก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันนะ วิ่งกะละ 5 หมื่นคัน จะไม่พอเชียวหรือ ซึ่งถ้ามีการควบคุมปริมาณรถแท็กซี่ได้จริง ผมว่าพี่ ๆ แท็กซี่เขาก็จะได้มีรายได้ที่พอจะเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อยู่นะ ไม่ใช่ว่าวิ่งรถแบบยังไม่รู้ว่าจะได้ค่าเช่ารถหรือเปล่า (เงินติดกระเป๋ากลับบ้านไม่ต้องพูดถึง) เคยคุยกับพี่ ๆ คนขับบางคนก็น่าเห็นใจนะขับรถ 12 ชั่วโมงบางวันค่าเช่าก็ยังไม่ได้ต้องติดเงินอู่รถไว้อีก อีกหนึ่งอย่างที่เป็นผลพลอยได้จากการควบคุมปริมาณรถแท็กซี่ก็คือการจราจรบนท้องถนนคงติดขัดน้อยลงไปบ้าง (นิดนึงก็ยังดี)</p>
<p>และถ้ามีการจำกัดจริงส่วนนึงที่ผมว่าน่าจะทำควบคู่ไปด้วยกันเลยคือการให้ใบอนุญาตขับรถแท็กซี่ที่ต้องมีความพิถีพิถันมาก ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบด้านการขับ, ทดสอบมารยาท, ทดสอบร่างกายโดยเฉพาะเรื่องสายตา (เคยเห็นคนขับแท็กซี่ใส่แว่นกันกี่คน) ที่หลัง ๆ ตัวผมเองเจอว่าจากพี่ ๆ แท็กซี่เริ่มจะกลายเป็นลุง ๆ มาขับแท็กซี่กันมากขึ้น ซึ่งท่านั่งขับแต่ละคนรู้ได้เลยว่าสายตาไม่ปกติแต่ไม่ใส่แว่น นึก ๆ ดูโคตรอันตรายเลยนะครับ เพราะลุง ๆ แกขับโดยอาศัยความเคยชินแทนที่จะใช้สายตาในการมองกลางวันก็อันตรายแล้วกลางคืนนี่ไม่ต้องพูดถึง เคยเจอคันนึงลุงแกนั่งชิดอกแทบติดพวงมาลัยหน้ายื่นล้ำพวงมาลัยไปอีกสายตาแกก็เพ่งทางแบบที่คนมีอายุสายตาไม่ดีเพ่งอ่านหนังสือ ทำให้ผมคิดได้หนึ่งอย่างจากกรณีนี้คือการต่ออายุใบขับขี่ควรมีการตรวจสายตาและระบุค่าสายตาลงไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งถ้าวัดสายตาแล้วเกินเกณฑ์มาตรฐานก็ต้องไล่ให้เจ้าของรถไปทำแว่นสายตามาก่อนถึงจะออกใบอนุญาต</p>
<p>ถ้าเรื่องที่เพ้อเจ้ออยู่ภาครัฐทำได้จริงก็น่าจะยกระดับอาชีพขับรถแท็กซี่ให้ดูมีเกียรติมากขึ้นอีกนิด ส่วนพี่ ๆ ลุง ๆ ผู้ขับแท็กซี่ก็ต้องเคารพทั้งตัวเองและผู้โดยสารด้วยเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2009/11/03/bangkok-s-taxi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>This is &quot;ไทยแลนด์&quot;</title>
		<link>http://blog.siampod.com/2009/11/03/this-is-thailand/</link>
		<comments>http://blog.siampod.com/2009/11/03/this-is-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Nov 2009 03:50:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kangg</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.siampod.com/?p=69</guid>
		<description><![CDATA[ไม่วิถีชีวิตคนบนท้องถนนแต่ละวันที่ผมต้องออกไปเจอแล้วรู้สึกว่ามนุษย์ที่เกิดบนแผ่นดินสยามช่างน่าน้อยเนื้อต่ำใจเป็นย่ิงนักในเรื่องเกี่ยวกับการเคารพกฏระเบียบบ้านเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็รำคาญมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่รู้สึกว่าพวกเขา (รวมๆกันแล้วเรียกว่าคนไทย) เอาเปรียบกันเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหนคนไทยด้วยกันก็มักจะเอาเปรียบและไม่เคยคิดว่าคนรอบข้างจะรู้สึกรังเกียจมากแค่ไหน ที่สำคัญคือกฏหมายประเทศไทยไม่เคยทำอะไรใครได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ จากแถวบ้านผมเอง มีร้านค้ามาตั้งใหม่ ซึ่งน่าจะเช่าที่ตึก 1 คูหานั้นเมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่แล้ว แรก ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกเพราะหน้าร้านยังมีบาทวิถีกว้างสัก 1 เมตรให้คนเดินซื้อของกันได้สะดวกพอประมาณ  แล้วอะไรไม่รู้ดลใจเจ๊อ้วนให้ออกมาตั้งโต๊ะขายของตรงบาถวิถีตรงข้ามร้านแกนั้นล่ะ แถมด้วยหน้าร้านยังตั้งขายของล้ำเส้นเข้ามาในส่วนทางเดินเท้าอีก ลองนึกสภาพเวลาที่ต้องเดินผ่านหน้าร้านขายของที่นิสัยส้นมือเช่นนี้ดูซิว่าเหลือทางเดินให้คนเดินส่วนกันสักกี่เซนติเมตร &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221; เรื่องอื่น ๆ ที่ผมแม่งไม่เคยเชื่อในสารพัดบรรดาโครงการณ์รงณรงค์เรื่องต่าง ๆ ทั้งแกมขอร้อง, แกมบังคับ หรือแม้กระทั่งมีการจับปรับ ง่าย ๆ ที่ใกล้ตัวสุดก็คือห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ จำได้ว่าไอ้โครงการณ์แนวนี้ออกมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดยครั้งล่าสุดน่าจะออกมาให้เห็นตอนปี 2551 สุดท้ายเห็นรณรงค์อยู่ได้ไม่กี่เดือนแม่งก็เหมือนเดิมคนก็ยังเดินสูบบุหรี่ตามที่ ๆ ไม่ควรจะสูบกันเหมือนเดิม &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221; เรื่องการเคารพกฏจราจรของผู้ใช้รถก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221; มาก ๆ บางทีเห็นหลายคนบ่นเรื่องตำรวจรีดไถเงินโดยมิชอบก็เหมือนจะเข้าข้างตำรวจพวกนี้ในบางขณะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่วิถีชีวิตคนบนท้องถนนแต่ละวันที่ผมต้องออกไปเจอแล้วรู้สึกว่ามนุษย์ที่เกิดบนแผ่นดินสยามช่างน่าน้อยเนื้อต่ำใจเป็นย่ิงนักในเรื่องเกี่ยวกับการเคารพกฏระเบียบบ้านเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็รำคาญมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่รู้สึกว่าพวกเขา (รวมๆกันแล้วเรียกว่าคนไทย) เอาเปรียบกันเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหนคนไทยด้วยกันก็มักจะเอาเปรียบและไม่เคยคิดว่าคนรอบข้างจะรู้สึกรังเกียจมากแค่ไหน ที่สำคัญคือกฏหมายประเทศไทยไม่เคยทำอะไรใครได้<span id="more-69"></span></p>
<p>ยกตัวอย่างง่าย ๆ จากแถวบ้านผมเอง มีร้านค้ามาตั้งใหม่ ซึ่งน่าจะเช่าที่ตึก 1 คูหานั้นเมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่แล้ว แรก ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกเพราะหน้าร้านยังมีบาทวิถีกว้างสัก 1 เมตรให้คนเดินซื้อของกันได้สะดวกพอประมาณ  แล้วอะไรไม่รู้ดลใจเจ๊อ้วนให้ออกมาตั้งโต๊ะขายของตรงบาถวิถีตรงข้ามร้านแกนั้นล่ะ แถมด้วยหน้าร้านยังตั้งขายของล้ำเส้นเข้ามาในส่วนทางเดินเท้าอีก ลองนึกสภาพเวลาที่ต้องเดินผ่านหน้าร้านขายของที่นิสัยส้นมือเช่นนี้ดูซิว่าเหลือทางเดินให้คนเดินส่วนกันสักกี่เซนติเมตร &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221;</p>
<p>เรื่องอื่น ๆ ที่ผมแม่งไม่เคยเชื่อในสารพัดบรรดาโครงการณ์รงณรงค์เรื่องต่าง ๆ ทั้งแกมขอร้อง, แกมบังคับ หรือแม้กระทั่งมีการจับปรับ ง่าย ๆ ที่ใกล้ตัวสุดก็คือห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ จำได้ว่าไอ้โครงการณ์แนวนี้ออกมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดยครั้งล่าสุดน่าจะออกมาให้เห็นตอนปี 2551 สุดท้ายเห็นรณรงค์อยู่ได้ไม่กี่เดือนแม่งก็เหมือนเดิมคนก็ยังเดินสูบบุหรี่ตามที่ ๆ ไม่ควรจะสูบกันเหมือนเดิม &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221;</p>
<p>เรื่องการเคารพกฏจราจรของผู้ใช้รถก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221; มาก ๆ บางทีเห็นหลายคนบ่นเรื่องตำรวจรีดไถเงินโดยมิชอบก็เหมือนจะเข้าข้างตำรวจพวกนี้ในบางขณะ อย่างกรณีแท็กซี่จอดแช่หน้าป้ายรถประจำทาง พอรถประจำทางที่ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์แบบไหนก็ตาม, รถตู้โดยสารอีกสารพัดแม่งต้องออกไปจอดอย่างน้อยเลนที่สอง ส่วนคุณพี่แท็กซี่ก็ยังจอดแช่ไม่เดือดร้อนอะไร เคยเห็นตำรวจขี่แว๊นมาปาดหน้าลงมาตักเตือน, เขียนใบสั่งก็แล้ว, ไถเงินก็แล้ว สุดท้ายก็ยังเหมือนเดิม อยากถามว่ากฏหมายบ้านเมืองบ้านเรามันไม่น่าทำตามขนาดนั้นเลยเหรอ ส่วนที่ทางการออกมาบอกปาวๆว่าแท็กซี่ทุกคันต้องรับผู้โดยสาร ไม่เห็นมันจะเคยได้ผลอะไรเลย เพราะสุดท้ายก็อ้างว่าส่งรถไม่ทัน, ไม่รู้จักทาง ไม้ตายสุดท้ายคือขอบวกเงินเพิ่มต่างหาก &#8230;แล้วจะมีมิเตอร์คิดเงินไว้ทำไม ?</p>
<p>ล่าสุดของล่าสุดก็คือเรื่องข้ามถนนโดยให้ใช้สะพานลอยหรือทางม้าลายเห็นรณรงค์อยู่ได้พักนึง ตอนนี้ก็กลับไปเหมือนเดิมคือฉันจะข้ามตรงไหนฉันก็จะข้าม ที่เห็นบ่อยสุดก็ช่วงประตูน้ำ พ่อค้าแม่ค้าแบกถุงเสื้อถุงใหญ่มโหฬารแถมไม่ใช่แค่ถุงเดียวเสียด้วย ข้ามถนนหน้าตาเฉยทั้ง ๆ ที่สะพานลอยเดินห่างออกไปอีกประมาณสัก 10 เมตรเห็นจะได้ ก็เข้าใจว่ามันหนักแบกขึ้นสะพานลอยก็คงเหนื่อยแต่อย่างน้อยก็น่าจะนึกถึงตัวเองบ้างว่าถ้าโดนรถชนไปจะคุ้มกันมั้ย แต่กลับกันอีกด้านไม่ว่าจะพยายามข้ามทางม้าลายสักแค่ไหนรถที่วิ่งมาแม่งก็ไม่เคยจอดให้ ขนาดว่าไฟแดงหร่ากลางสี่แยกจะข้ามถนนก็ยังต้องดูว่าแม่งจะมีรถขับฝ่าไฟแดงออกมาอีกรึเปล่า สุดท้ายเรื่องนี้ทั้งคนเดินถนนและคนที่ใช้รถก็ควรต้องเคารพกฏและให้เกียรติคนอื่นที่ใช้ถนนร่วมกันบ้างคนละนิดก็ยังดี ไม่ใช่อะไร ๆ ก็บ่นว่า &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221;</p>
<p>เรื่องอื่น ๆ ผมว่าเพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านก็คงได้เจอกันบ้างไม่มากก็น้อย ที่เห็นบ่อย ๆ ก็เช่นมีพื้นที่ว่างตามบาทวิถีหรือสะพานลอยเป็นไม่ได้ต้องมาจองที่ขายของกัน เข้าใจครับว่าทำมาหากิน แต่นี่มันทางสัญจรของคนเดิน ซึ่งสุดท้ายแล้วคนต้องลงไปเดินบนถนน แล้วแบบนี้มันเหมาะสมมั้ย ซึ่งผลที่ตามมาจากที่เห็นข่าวอยู่เนือง ๆ คือเมื่อปล่อยให้พื้นที่บริเวณนั้นมีการค้าขายเกิดขึ้นเป็นเวลานานแบบว่านานจนจำไม่ได้ว่าเร่ิมมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่พอรัฐจะนำพื้นที่กลับคืนมาก็มีการทะเลาะกันเกิดขึ้นระหว่างผู้ค้าบริเวณนั้นกับรัฐ &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221;</p>
<p>ส่วนคำว่า &#8220;อะไรยอมกันได้ก็ยอมกันไปเถอะคนไทยด้วยกัน&#8221; ผมว่าเราคนไทยควรจะเลิกใช้ประโยคนี้กันได้แล้วเพราะเมื่อเราถูกเอารัดเอาเปรียบไ่ม่ว่าในรูปแบบใดก็ตามเราก็ควรจะต้องเรียกร้องสิทธิ์ของเรากลับคืน ไม่ใช่ว่ายอม ๆ ไปเถอะอย่ามีเรื่องเลย เพราะ &#8220;This is ไทยแลนด์&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.siampod.com/2009/11/03/this-is-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

